Counting down the days.

ขอแว่บมาพร่ำเพ้อ รำพรรณ…

อีกไม่น่าจะเกิน 30 วัน เราก็น่าจะได้ย้ายกลับบ้านกรุงเทพ กทม.แลนด์ ^^ ชัวร์แท้แน่นอน (นั่งดีใจอยู่คนเดียวค่ะ).

นี่ก็เร่งเรื่อง, เร่งแรง, เร่งนั่น-โน่น-นี่ จนชาวบ้านแถวนี้เค้ามองบน ยิ้มอ่อน เบ้ปากให้เราแล้ว.

#shoutout #happy #เรื่อยเปื่อย #ไร้สาระโพส


มาโพสรูปทะเลภูเก็ต แล้วจากไปกับสายลม…

รูปพวกนี้ถ่ายไว้ตั้งแต่เมื่อเดือน มิ.ย. 2559

ณ วันที่โพสนี้ออก published ไป ใครที่จะมาภูเก็ตก็เตรียม “ร่ม” มาด้วยล่ะกัน

iambeautymonster in Rawai

ibm at Promthep cape in Phuket copy

Rawai beach Phuket

 

Jessica Jee in Phuket

Promthep Cape Phuket

Phuket Island

Rawai Phuket

Laem Singh Phuket

Phuket

 

 

Advertisements

Bangkok is calling… “กทม แลนด์”

“หนูอยากกลับบ้าน” อยู่ภูเก็ตมาได้ 10 ปีแล้ว เต็มอิ่มแล้วทะเล (อยู่มา 10 ปี ไม่เคยเล่นน้ำทะเลสักครั้ง ถถถถถถถ+)

ตอนนี้ กำลังหาลู่ทางย้ายกลับไปบ้านเกิด ณ “กทม.แลนด์” แบบถาวร บางทีอาจทำให้จอยสังคม ทำรีวิวอะไรใหม่ ๆ ในอนาคตบ้างก็ได้เนอะ  ^__^  รึไม่ก็นั่งเป็นคุณป้า ไปเรื่อยเปื่อย, แต่ตอนนี้เค้ายุ่งมากมาย จะหายไปพักใหญ่ ๆ นะคะ

ขอตัว ขอเวลาสักพักใหญ่ไปเคลียร์งาน เคลียร์คน เคลียร์ข้าวของ นั่น โน่น นี่ ฯลฯ ก่อนจ๊ะ (เยอะ) ~ คิดมา 2-3 ปีแล้ว ในที่สุดก็ตัดสินใจย้ายกลับกันได้สักที แล้วเจอกันอีกเร็ว ๆ นี้นะ เออ  ^_^

Stressed Out

Part 2 มาแสวงบุญไปกับ i am beauty monster

หมายเหตุ:-  โพสนี้เป็นความเชื่อ และศรัทธาส่วนบุคคลค่ะ กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่านให้มาก ๆ ไม่จำเป็นต้องเชื่อหรือปฏิบัติตามนะคะ

  • เพิ่มเติมรูป และแก้ไข 24 ก.พ. 59

Part 1 มาแสวงบุญไปกับ i am beauty monster <<< ที่นี่เลยค่ะ


โพสมันยาว เพราะโม้เพลิน ก็ขอเชิญแวะดื่มกาแฟ รับขนมรองท้องก่อนค่ะ

ผู้พิชิตผ้าแดง เขาคิชฌกูฏ, จุดไหว้ผ้าแดง คิชฌกูฏ, ผ้าแดง, ขึ้นเขาคิชฌกูฏไป ผ้าแดง, ผ้าแดง สุดเขตแดนบุญ ขุนเขาคิชฌกูฏ, เขาคิชฌกูฏ, ความศักด์สิทธิ์ของเขาคิชฌกูฏ, KitchaKood, Pleung, Bangkok, Thailand, make merits, hiking, spiritual, holy mountain, Kitcha-Kood mountain enshrines Buddha's foot print, Kitcha Kood Mountain Buddha’s Foot Prints, สักการะรอยพระพุทธบาทพลวง, เขาพระบาทพลวง จันทบุรี Facebook, ลานสีวลี เขาคิชฌกูฏ, ลานอินทร์ เขาคิชฌกูฏ, ลานบาตร เขาคิชฌกูฏ, กู้ชีพเขาคิชฌกูฏและกู้ชีพคณะสงฆ์จังหวัดจันทบุรี, กู้ชีพเขาคิชฌกูฏและกู้ชีพคณะสงฆ์จังหวัดจันทบุรี Facebook, รอยพระพุทธบาทพลวง จันทบุรี, รอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฏ, แสวงบุญ, โชคดีมีชัย, มีความสุขสมหวัง ร่ำรวยเงินทอง ร่ำรวยความสุข เจริญรุ่งเรือง สุขภาพร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ทุกประการ, การเดินทางไปเขาคิชฌกูฏ จันทบุรี, การเดินทางไปสักการะรอยพระพุทธบาทพลวง, วัดพลวง, วัดกระทิง, วัดพลวง จันทบุรี, วัดกระทิง จันทบุรี, การเดินทางขึ้นเขาคิชฌกูฏ, คิวรถกระบะขึ้นเขาคิชฌกูฏ, ออกจากกรุงเทพ เดินทางไปไหว้พระ, ออกจากกรุงเทพ เข้าเส้นทางมอเตอร์เวย์, บรรยากาศที่เขาคิชฌกูฏ, จุดไหว้พระ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธ์บนเขาคิชฌกูฏ, คิวรถกระบะขึ้น ลงเขาคิชฌกูฏ, เส้นทางไปวัดพลวง เขาคิชฌกูฏ, สายการบินบางกอกแอร์เวย์, Bangkok Airways, Domestic Lounge Bangkok Airways, รีวิวเลานจ์ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส, สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส, ที่พักผู้โดยสาร Bangkok Airways, Bangkok Airways Lounge Review, Domestic Passenger Lounge, Asia Boutique Airlines

 

สวัสดีอีกครั้ง กลับมาโม้ใน Part 2 ถึงการไปทำบุญ/แสวงบุญ ณ เขาคิชฌกูฏ วัดพลวง จ.จันทบุรี ครั้งแรกของเราค่ะ *โพสนี้ เน้นรูปนะจ๊ะยู ให้ดูบรรยากาศคร่าว ๆ ค่ะ  บางรูปเบลอเพราะเหนื่อยจนมือสั่น ^^ ใช้กล้องมือถือนี่แหล่ะ

ขับรถมาถึง วัดพลวง จ.จันทบุรี อย่างปลอดภัย ณ วันที่ 18 ก.พ. 2559 เวลา 12:41น.

ตามหน้าปัดนาฬิกาเป๊ะ

Kitchakood 003

……………………………………………………..

หลังจากที่เราจอดรถไว้ที่ วัดพลวง และทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย

เราก็เดินไปซื้อตั๋วรถกระบะ 4×4 เพื่อจะขึ้นเขาจุดแรก และจุดที่สอง ตามที่เราได้เกริ่นไว้ใน part 1 ค่ะ.

อ้อ! บางซุ้มที่เขาขายดอกไม้ ธูปเทียน ฯลฯ เค้าจะมีกระดาษบอกวิธีการไหว้จุดที่สำคัญ ๆ ไว้ให้เราหยิบได้ฟรี ค่ะ

16-02-24-13-51-25-979_deco

“””””””””””””””””””””””””””

 อ่ะ…ให้ดูรูปตอนรถขึ้นเขา พอเป็นพิธี

Kitchakood 006

เบา ๆ

แต่..สะใจในรดชาด

Kitchakood 004

………………………………………………………………….

พอลงรถกระบะ 4×4 จุดที่ 2 เป็นที่เรียบร้อย (ซึ่งเป็นจุดที่เท้า และขาอันแข็งแกร่งของพวกเรา จะต้องเริ่มเดินขึ้นเขา จากจุดนี้)

เราจะเจอกับซุ้มที่เค้าขายดอกไม้ธูปเทียน, ผ้าสามสี, อัญมณีประจำวันเกิด + ปีเกิด, จุดทำบุญสะเดาะห์เคราะห์แก้ชง และ จุดไหว้พระ สิ่งศักดิ์สิทธ์ และพระแม่ธรณีบีบมวยผม ที่ตั้งอยู่ตรงด้านหน้าซุ้มขายอุปกรณ์ไหว้ ดังที่กล่าวมาข้างต้น

เจ้าของบล็อก จัดการซื้อหมดทุกอย่าง ณ จุดนี้เลย แล้วก็ไหว้ขอพร พระแม่ธรณีบีบมวยผม แล้วทำการผูกผ้า 3 สี

โดยที่ คุณผู้ชายให้ผูกผ้าทางด้านขวา ส่วน คุณผู้หญิงให้ผูกผ้าทางด้านซ้าย  เค้าจะมีเจ้าหน้าที่ ที่ซุ้มคอยประกาศออกไมโครโฟน ว่าควรไหว้ และ/หรือ ปฏิบัติอย่างไร  ทีนี้ก็สุดแท้แต่คุณ ๆ ว่า จะเลือกทำบุญแก้ปีชง, หรือ จะเลือกทำบุญถวายสังฆฑาน ด้วย, หรือ จะซื้อแต่ ผ้า 3 สี ผูกถวายพระแม่ธรณีบีบมวยผม อย่างเดียว, หรือ จะไม่เลือกอะไรเลยก็ได้ ^^ หรือ จะซื้อแค่ ดอกไม้ ธูปเทียน และอัญมณีประจำปีเกิด+วันเกิด เท่านั้นก็ได้.

แล้วแต่ศรัทธา ความสะดวก และความพึงพอใจของคุณ ๆ เลยค่ะ  เอาที่สบายใจ,  ….แต่ป้าจัดหมดทุกอย่างตามที่กล่าวมา ไหน ๆ ก็ไปทั้งทีแล้ว งานนี้ใจใส ใจสะอาดทำบุญอย่างเดียว แล้วอธิษฐานตั้งจิตให้มั่น แล้วยิ้มสวย ๆ จิตใจจะได้ผ่องใสไง ยูว์.

มาสักการะขอพรที่นี่ครั้งแรก “อินเนอร์” มาเต็ม,  พี่ไม่ได้มาเล่น ๆ

*ครอบครัวไหนที่มีผู้สูงอายุ ที่ต้องการลูกหาบแบกขึ้นไป (เสรี่ยง ?? เรียกไม่ถูกค่ะ) เค้าคิดค่าแบกขึ้น 600 บาท และ แบกลง 600 บาท ค่ะ  = round trip 1,200 บาท

เราถามเค้าบอกงี้, แต่บางคนบอก เที่ยวละ 500 ซึ่งเราไม่ได้สนใจที่จะเช็กข้อมูล ณ เวลานั้น ต้องขออภัยจริง ๆ ค่ะ เจ้าของบล็อกยืนขาสั่นอยู่.  

รบกวนเช็คข้อมูลที่จุดประชาสัมพันธ์กันอีกทีนะคะ (ถ้าผิดพลาดต้องขออภัย)

………………………………………………………………..

Kitchakood 001

……………………………………………………..

หลังจากไหว้ขอพร ผูกผ้าสามสี พระแม่ธรณีบีบมวยผม แล้ว

เรา กับหลานชายก็เริ่มเดินขึ้นเขาเลยค่ะ

Kitchakood 002

……………………………………………………..

จำได้ป่ะ…

ที่เราบอกว่า เค้าจะมีกระดาษบอกวิธีการไหว้ตามจุดสำคัญต่าง ๆ วางให้หยิบฟรีตามซุ้มที่เค้าขายพวกเครื่องไหว้ดอกไม้ ธูปเทียนน่ะค่ะ,  เราหยิบมานะ แต่พอถึงเวลาจริง ๆ แทบจะไม่ได้ดูกระดาษ  เพราะแค่จะพยุงตัวเดินขึ้นเขา, ไหนจะหยิบธูปเทียนดอกไม้ เรานี่ก็เดินเซ แท่ด ๆ  ๆ ๆ แล้วค่ะ

คือ ก้นใหญ่ หนักก้นมาก พี่พูดเลย…

เราไหว้ทุก ๆ จุดที่อยู่ตามทางเดินขึ้นเขาเลย โดยที่ไม่สนใจว่าจะเป็น จุดใหญ่ จุดเล็ก เพราะเราเคารพศรัทธาหมดทุกองค์ ทุกรูป (บอกย้ำ ๆ ว่า “อินเนอร์” ทั้งน้า ทั้งหลาน มาเต็ม)  อีกอย่างพวกเรามีเวลาเหลือเฟือ ไม่รีบกลับ ไม่รีบไปธุระที่ไหน.

เราเดินตระเวณไหว้ครบทุกจุด ไม่ได้ถ่ายรูปอยู่หลายจุดระหว่างทางเดินขึ้นค่ะ  เสียดายไม่ได้ถ่าย “ประตูสวรรค์” และอีกหลายจุด  เพราะไม่คิดว่าจะเอามาเขียนบล็อก แล้วตัวเราเองก็รก ๆ รน ๆ ทำไรไม่ค่อยถูกเช่นกัน

ไหนจะกระเป๋าสะพายมีน้ำดื่ม ไหนจะถุงธูปเทียน ไหนจะปาดเหงื่อ ไหนจะปาดน้ำลายอีก ถถถถถ+

ขอโชว์รูปสภาพสังขารของเรา ที่นาน ๆ จะโชว์หน้าทีขอบคุณกล้องมือถือสมัยนี้ ทำให้สิ่งมีชีวิตอย่างเรากลายเป็นมนุษย์ได้ กระ ฝ้า นี้จางเชียว, ชอบ ๆ

#งานบุญโชว์หน้าได้

BEFORE ก่อนการปีนเขา

16-02-22-11-06-32-321_deco

BETWEEN

รูปนี้ จำได้ว่าเพิ่งจะเดินขึ้นเขามาได้ไม่น่าจะเกิน 30 นาที สภาพก็อย่างที่เห็น

16-02-22-11-13-26-665_deco

อีกอย่าง คือ มัน “เหนื่อย มากกกกกกกกกกก” กอไก่ล้านตัว

หอบเหนื่อย เหงื่อนี่ชุ่มย้อย แต่สู้ๆ ฉลองเดือนเกิดอายุครบ 42 ขวบ

………………………

BETWEEN

ระหว่างเดินจากรอยพระพุทธบาท เพื่อขึ้นไปยังจุดผ้าแดง

(หลานชาย 24 Vs. น้าสาวน้อย 42)

น้า + หลาน ฮาเฮมีการประชันกันเล็กน้อย ตอนแวะซื้อของที่ห้างเทสโก โลตัส สาขาแกลง-ระยอง,  หลานชายซื้อยาดมมาไว้เผื่อฉุกเฉิน

~ แต่ขออภัย เราไม่ได้เปิดใช้เลยจ๊ะ.  หลานชายเรานี่ สูดปื้ด ๆ  แต่มันเดินเร็วกว่าเราไปหลายโค้งมาก, ในขณะที่เราค่อย ๆ กระดึ๊บ ๆ ขึ้นเขา ต้องคอยเรียกบอก “แกรอชั้น ด้วย” ๆ …แต่ เราวัดกันที่ใครจะเปิดยาดมออกมาใช้ก่อน ค่ะ. เราคิดว่าเราชนะนะ  รูปบนนี่ถ่ายตอนขึ้นมาถึงจุดที่ไหว้พระบรมสารีริกธาตุ ระหว่างทางที่กำลังจะเดินไปยัง “ผ้าแดง”

16-02-24-15-11-15-608_deco

พรีเซนเตอร์ ยาดม
ใช้จริง ดมจริง ไม่มีสลิง ไม่มีสตั๊น

………………………………………….

AFTER

สภาพความอิดโรย หลังจากภาระกิจเสร็จสิ้น ได้เวลาลงเขา

16-02-24-15-12-33-347_deco

ช่วงลงเขาจากผ้าแดง จะเดินกลับไปยัง รอยพระพุทธบาท ก็ประมาณช่วง 19:oo น. เห็นจะได้ ^^ ระหว่างนั่งพัก จะได้ยินเสียงบรรดาผู้คนที่เดินผ่านหน้าเรา ก็เดินบ่นกันโอดโอย เมื่อไหร่จะถึงผ้าแดง นั่น โน่น นี่… ไม่มีใครที่ไม่บ่นเลย

จะมีก็แต่บรรดาคนในพื้นที่, ลูกหาบ, พนง.ขายของ, และพระที่นั่น ค่ะ 🙂


ไร้สาระมามากพอแล้ว ซึ่งปกติ Blog นี้จะไม่ค่อยมีสาระอยู่แล้ว

ขอตัดฉาก มาที่จุดที่ทุกท่านจะต้องมา stop เพื่ออธิฐาน กราบไหว้, ใช่สิ พวกเราทุกคนมาเพื่อสิ่งนี้ 🙂  เราเชื่อว่าทุกท่านต้องรู้สึกเหมือนกันหมด เมื่อได้ขึ้นมาถึงรอยพระพุทธบาท คือ จะหายเหนื่อย อิ่มเอมใจ สบายใจ แถมวิวสวยงามอีกต่างหาก

……………………………………………………..

ตอนนี้ เจ้าของบล็อก หมดมุกจะบรรยายแล้ว

เลยขอ “สาดรูป” ใส่บล็อกตามระเบียบ แต่จะคอยกำกับ อธิบายจุดที่สำคัญ ๆ เท่าที่พอจะจำได้เนอะ

Kitchakood PraBaht 001

……………………………………………………..

Kitchakook Prabaht 006

Kitchakood Prabaht 004

……………………………………………………..

Finally

~~~ในที่สุด อุดอุดอุดด..ดด..ด (เสียงแอ๊คโค่) ~~~

Kitchakood Prabaht 002

………………………………………………….

ไปถึงจุดไหว้แล้ว เค้าจะมีเจ้าหน้าที่คอยประกาศออกไมค์ ว่าต้องไหว้อย่างไร สวดอะไร นั่งสวดตรงไหน,  ไม่ต้องกลัวว่าจะทำอะไรไม่ถูกค่ะ 

ปีนี้ เค้าไม่ให้นำดอกไม้ ธูปเทียน ไปวางบนพระบาท, จนท.วัด จะคอยประกาศบอกให้เอาดอกไม้ ธูปเทียน อัญมณีประจำปีเกิด/วันเกิด ไปใส่ไว้ในพานทองยักษ์ 2 อันที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ นั่น

หลังจากเราใช้เวลาไหว้ ขอพร อธิษฐานอยู่หลาย ๆ รอบ (แต่เป็นพรข้อเดียวกัน เพราะขอได้แค่ข้อเดียว ตามที่ทุก ๆ ท่านทราบกันดีอยู่แล้ว) เรานี้ เดินวนไหว้กราบขอพรจากรอยพระพุทธบาท และพระพุทธรูปบริเวณใกล้เคียง. จัดเต็ม.

เสร็จแล้วก็ ยืนตัวอ้วนพักดื่มน้ำขวดที่ 4 ให้ชุ่มปอด, เป็นคนเหงื่อออกมาก ทั้งหน้า ทั้งตัว จนเสื้อเปียก ร่างกายเลยต้องการน้ำเป็นธรรมดา.  

เข้าใจอารมณ์ของ “อูฐ” ตามแถบประเทศตะวันออกกลางเลยทีเดียว

…………………………………………….

รูปล่างนี่พี่เองนะ ไม่ต้องกลัวค่ะ

1455804319130

……………………………

ใครใส่ถุงเท้า ต้องถอดออก นะคะตรงจุดนี้

ไม่ใช่อะไร เพราะถ้าไม่ถอดถุงเท้า ตัวคุณจะเซล้มไถล ลงมา ไม่มีสิทธิ์ได้นั่ง หรือยืนอยู่ตรงนั้นได้

นี่ บอกจากประสบการณ์ตรง เลยนะ

เพราะพอถอดถุงเท้าออกถึงเดินได้ค่ะ เท้าจะเกาะพื้น – ไม่ลื่น

……………………………………………………..

Kitchakook Prabaht 007

Kitchakood Prabaht 008

Kitchakook Prabaht 009

ได้ไปสักการะสักครั้งในชีวิต แล้วสบายใจ สุขใจจริง ๆ ค่ะ บอกเลย ^^

ยัง.. ยัง.. ชีวิตของดิชั้นจะไม่หยุดอยู่แค่นี้ เป้าหมายมีไว้พุ่งชน

นั่นก็คือ “ผ้าแดง” แต่ขอโชว์รูปรอยพระพุทธบาทก่อนจ๊ะ

……………………………………………………..

เดินทางต่อ ไปยังผ้าแดงจะมาถึงจุดชมวิวข้างบนนี้

มองเห็นรอยพระพุทธบาทอยู่ลิบ ๆ นั่น

Kitchakook Prabaht 010

Kitchakook Prabaht 011

Kitchakook Prabaht 012

ยืนถ่ายรูป พักขาให้หายเหนื่อยแล้วก็พร้อมออกเดินทางต่อ

ให้ดูทางขึ้นเขา ที่มีทั้งช่วงไต่ขึ้น ไต่ลง เป็นแอ่ง ๆ บ้าง สนุกและได้ออกกำลังกายไปในตัว

อย่าถาม, ว่าเหนื่อยไหม…

……………………………………………………..

ช่วงทางเดินไปยัง “ผ้าแดง”

Kitchakook Prabaht 016

หนุ่มน้อยในรูป ต้องขอเบลอหน้า

นั่นเป็นหลานชาย เพื่อนร่วมทริป และก็เป็นการไปนมัสการเขาคิชฌกูฏ ครั้งแรกของทั้งน้า ทั้งหลาน

หลายชายสุดหล่อ วัย 24 ปีของเราเองค่ะ

หลายชายสุดหล่อ วัย 24 ปีของเราเองค่ะ

……………………………………………………..

เดินกันมาเรื่อย ๆ แต่หลานชายจะนำโด่งไปทุกโค้ง
หึหึหึ..หึ ไว้รอมันอายุ 42 ก่อนเถอะค่ะ,  มันจะเข้าใจหัวอกเรา

……………………………………..

พอขึ้นมาถึงจุดนี้ เรา กับหลานชายนั่งพักขา กันแป็บนึง

แล้วก็ทำการไหว้สักการะ ทำบุญทุกจุด,  ตรงช่วงบันไดทางขึ้นสีฟ้า ๆ ทางด้านขวามือนั่น จะเป็นทางขึ้นไปไหว้พระพรหม และอะไรอีกอย่างจำไม่ได้แล้วค่ะ ต้องขออภัย, เราก็ขึ้นไปไหว้มา และมีพระเจิมกระเป๋าสตางค์เพื่อเป็นสิริมงคล เพื่อความร่ำรวย ฯลฯ ตามความเชื่อความศรัทธาของแต่ละบุคคล.  ใครจะเจิม หรือไม่เจิมก็ไม่ผิดกติกา.

Kitchakook Prabaht 013

ตัดมาที่จุดสำคัญกันเลย…

หลังจากเดินผ่าน เจ้าแม่ตะเคียน แล้ว ก็เดินต่อมาอีกสักพัก จะถึงจุด  ผ้าแดง ที่กว่าจะเดินมาถึงต้องผ่านหนทางลาดชัน นับเป็นจุดปราบเซียน กว่าจะมาถึงแน่นอนว่า “ปลื้ม และภูมิใจ” มาก

 

Kitchakood Prabaht 018

Kitchakood Prabaht 020

🙂

……………………………………………………..

ตอนขาลงก็เริ่มมืดพอดี จำได้ตอนนั้นคงประมาณ เกือบ ๆ 18:30 น.

ด้านล่างเป็นรูปโมเมนท์ในการเดินกลับไปที่ รอยพระพุทธบาท ค่ะ

ขากลับเราไหว้ เจ้าแม่ตะเคียน และทำบุญถวายเครื่องสำอางให้ท่านค่ะ

……………………………………

Kitchakood Prabaht 021

Kitchakood Prabaht 022

Kitchakook Prabaht 023

……………………………………………………………

เสร็จแล้ว จึงออกเดินลงเขากันต่อ

……………………………………………….

Kitchakook Prabaht 025

Kitchakood Prabaht 026

Kitchakood Prabaht 028

Kitchakood Prabaht 027

……………………………………………………………………..

เดินทางมาถึง จุดชมวิว ก็มืดพอดี

เก็บรูปวิวกลางคืน ซะหน่อย

……………………………………………………………………….

Kitchakood Prabaht 029

……………………………………………………..

Kitchakood Prabaht 030

🙂

……………………………………………………..

Kitchakood Prabaht 032

คนน้อย ๆ ไหว้สบาย ๆ

พอกลางคืนแล้ว อากาศค่อนข้างเย็นค่ะ ใครขี้หนาวก็เตรียมเสื้อแขนยาว หรือผ้าพันคอ แล้วแต่จะสะดวก แต่เราว่ากำลังสบาย ๆ เพราะเดินหอบเหนื่อย เหงื่อออกมาตั้งแต่ตอนบ่าย ๆ

เราลงจากเขาไปถึงตรงจุดที่จะซื้อตั๋วรถกระบะ 4×4 ขาลงทอดแรก ก็ประมาณ เกือบ ๆ จะ 21:00น. เลยนะ (เริ่มเดินขึ้นเขาตั้งแต่ประมาณ 13:30น. ณ ตรงแม่พระธรณีบีบมวยผม).

ใครมีเวลา มีโอกาส ก็ลองมาไหว้สักการะขอพรดูนะคะ เราเล็งมา 4-5 ปี แล้วเพิ่งจะมีโอกาส.

นอกจากจะเป็นการทำบุญ แล้ว ยังได้ในเรื่องสุขภาพดี หัวใจได้ออกกำลังอีกด้วย กล้ามเนื้อของท่านจะกระชับ ขาแข้งจะเฟิร์มในวันรุ่งขึ้น 😉

……………………………………………………..

โพสนี้ ชักจะยาวเกินไป เราถ่าย VDO ตอนนั่งรถกระบะ 4×4 ขาลงเขามาด้วย

เอาไว้วันหน้า ถ้าไม่ขึ้เกียจค่อยมา upload ให้ดูความน่าสนุก และความมืดของถนนหนทางค่ะ

วันนี้ พอแค่นี้ก่อนเนอะ ^^ ตอนนี้ก็ใกล้จะตี 2 แล้ว เราขอตัวไปก่อนค่ะ

……………………………………………………..

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านผู้อ่านจะได้ “บุญ” ที่เราเอามาฝากผ่านทางบล็อก และได้เห็นรูปบางจุดบนเขาคิชฌกูฏ เผื่อเป็นข้อมูลคร่าว ๆ ที่พอจะเป็นประโยชน์ได้บ้าง ไม่มากก็น้อยค่ะ

ปีหน้า เราจะเตรียมตัวไปไหว้ใหม่ ต้องลดความอ้วน (พูดงี้ทุกปี) จะได้เดินขึ้นเขาง่ายขึ้น และเตรียมแผนจะไหว้จุดไหน ๆ เป็นหลักก่อน ^^

ผู้พิชิตผ้าแดง เขาคิชฌกูฏ, จุดไหว้ผ้าแดง คิชฌกูฏ, ผ้าแดง, ขึ้นเขาคิชฌกูฏไป ผ้าแดง, ผ้าแดง สุดเขตแดนบุญ ขุนเขาคิชฌกูฏ, เขาคิชฌกูฏ, ความศักด์สิทธิ์ของเขาคิชฌกูฏ, KitchaKood, Pleung, Bangkok, Thailand, make merits, hiking, spiritual, holy mountain, Kitcha-Kood mountain enshrines Buddha's foot print, Kitcha Kood Mountain Buddha’s Foot Prints, สักการะรอยพระพุทธบาทพลวง, เขาพระบาทพลวง จันทบุรี Facebook, ลานสีวลี เขาคิชฌกูฏ, ลานอินทร์ เขาคิชฌกูฏ, ลานบาตร เขาคิชฌกูฏ, กู้ชีพเขาคิชฌกูฏและกู้ชีพคณะสงฆ์จังหวัดจันทบุรี, กู้ชีพเขาคิชฌกูฏและกู้ชีพคณะสงฆ์จังหวัดจันทบุรี Facebook, รอยพระพุทธบาทพลวง จันทบุรี, รอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฏ, แสวงบุญ, โชคดีมีชัย, มีความสุขสมหวัง ร่ำรวยเงินทอง ร่ำรวยความสุข เจริญรุ่งเรือง สุขภาพร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ทุกประการ, การเดินทางไปเขาคิชฌกูฏ จันทบุรี, การเดินทางไปสักการะรอยพระพุทธบาทพลวง, วัดพลวง, วัดกระทิง, วัดพลวง จันทบุรี, วัดกระทิง จันทบุรี, การเดินทางขึ้นเขาคิชฌกูฏ, คิวรถกระบะขึ้นเขาคิชฌกูฏ, ออกจากกรุงเทพ เดินทางไปไหว้พระ, ออกจากกรุงเทพ เข้าเส้นทางมอเตอร์เวย์, บรรยากาศที่เขาคิชฌกูฏ, จุดไหว้พระ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธ์บนเขาคิชฌกูฏ, คิวรถกระบะขึ้น ลงเขาคิชฌกูฏ, เส้นทางไปวัดพลวง เขาคิชฌกูฏ, สายการบินบางกอกแอร์เวย์, Bangkok Airways, Domestic Lounge Bangkok Airways, รีวิวเลานจ์ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส, สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส, ที่พักผู้โดยสาร Bangkok Airways, Bangkok Airways Lounge Review, Domestic Passenger Lounge, Asia Boutique Airlines, หินรูปปลาวาฬ เขาคิชฌกูฏ

จุดไหว้พระ รอยเสือใหญ่

ผู้พิชิตผ้าแดง เขาคิชฌกูฏ, จุดไหว้ผ้าแดง คิชฌกูฏ, ผ้าแดง, ขึ้นเขาคิชฌกูฏไป ผ้าแดง, ผ้าแดง สุดเขตแดนบุญ ขุนเขาคิชฌกูฏ, เขาคิชฌกูฏ, ความศักด์สิทธิ์ของเขาคิชฌกูฏ, KitchaKood, Pleung, Bangkok, Thailand, make merits, hiking, spiritual, holy mountain, Kitcha-Kood mountain enshrines Buddha's foot print, Kitcha Kood Mountain Buddha’s Foot Prints, สักการะรอยพระพุทธบาทพลวง, เขาพระบาทพลวง จันทบุรี Facebook, ลานสีวลี เขาคิชฌกูฏ, ลานอินทร์ เขาคิชฌกูฏ, ลานบาตร เขาคิชฌกูฏ, กู้ชีพเขาคิชฌกูฏและกู้ชีพคณะสงฆ์จังหวัดจันทบุรี, กู้ชีพเขาคิชฌกูฏและกู้ชีพคณะสงฆ์จังหวัดจันทบุรี Facebook, รอยพระพุทธบาทพลวง จันทบุรี, รอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฏ, แสวงบุญ, โชคดีมีชัย, มีความสุขสมหวัง ร่ำรวยเงินทอง ร่ำรวยความสุข เจริญรุ่งเรือง สุขภาพร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ทุกประการ, การเดินทางไปเขาคิชฌกูฏ จันทบุรี, การเดินทางไปสักการะรอยพระพุทธบาทพลวง, วัดพลวง, วัดกระทิง, วัดพลวง จันทบุรี, วัดกระทิง จันทบุรี, การเดินทางขึ้นเขาคิชฌกูฏ, คิวรถกระบะขึ้นเขาคิชฌกูฏ, ออกจากกรุงเทพ เดินทางไปไหว้พระ, ออกจากกรุงเทพ เข้าเส้นทางมอเตอร์เวย์, บรรยากาศที่เขาคิชฌกูฏ, จุดไหว้พระ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธ์บนเขาคิชฌกูฏ, คิวรถกระบะขึ้น ลงเขาคิชฌกูฏ, เส้นทางไปวัดพลวง เขาคิชฌกูฏ, สายการบินบางกอกแอร์เวย์, Bangkok Airways, Domestic Lounge Bangkok Airways, รีวิวเลานจ์ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส, สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส, ที่พักผู้โดยสาร Bangkok Airways, Bangkok Airways Lounge Review, Domestic Passenger Lounge, Asia Boutique Airlines, หินรูปปลาวาฬ เขาคิชฌกูฏ

รอยเสือใหญ่ บนเขาคิชฌกูฏ

ผู้พิชิตผ้าแดง เขาคิชฌกูฏ, จุดไหว้ผ้าแดง คิชฌกูฏ, ผ้าแดง, ขึ้นเขาคิชฌกูฏไป ผ้าแดง, ผ้าแดง สุดเขตแดนบุญ ขุนเขาคิชฌกูฏ, เขาคิชฌกูฏ, ความศักด์สิทธิ์ของเขาคิชฌกูฏ, KitchaKood, Pleung, Bangkok, Thailand, make merits, hiking, spiritual, holy mountain, Kitcha-Kood mountain enshrines Buddha's foot print, Kitcha Kood Mountain Buddha’s Foot Prints, สักการะรอยพระพุทธบาทพลวง, เขาพระบาทพลวง จันทบุรี Facebook, ลานสีวลี เขาคิชฌกูฏ, ลานอินทร์ เขาคิชฌกูฏ, ลานบาตร เขาคิชฌกูฏ, กู้ชีพเขาคิชฌกูฏและกู้ชีพคณะสงฆ์จังหวัดจันทบุรี, กู้ชีพเขาคิชฌกูฏและกู้ชีพคณะสงฆ์จังหวัดจันทบุรี Facebook, รอยพระพุทธบาทพลวง จันทบุรี, รอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฏ, แสวงบุญ, โชคดีมีชัย, มีความสุขสมหวัง ร่ำรวยเงินทอง ร่ำรวยความสุข เจริญรุ่งเรือง สุขภาพร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ทุกประการ, การเดินทางไปเขาคิชฌกูฏ จันทบุรี, การเดินทางไปสักการะรอยพระพุทธบาทพลวง, วัดพลวง, วัดกระทิง, วัดพลวง จันทบุรี, วัดกระทิง จันทบุรี, การเดินทางขึ้นเขาคิชฌกูฏ, คิวรถกระบะขึ้นเขาคิชฌกูฏ, ออกจากกรุงเทพ เดินทางไปไหว้พระ, ออกจากกรุงเทพ เข้าเส้นทางมอเตอร์เวย์, บรรยากาศที่เขาคิชฌกูฏ, จุดไหว้พระ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธ์บนเขาคิชฌกูฏ, คิวรถกระบะขึ้น ลงเขาคิชฌกูฏ, เส้นทางไปวัดพลวง เขาคิชฌกูฏ, สายการบินบางกอกแอร์เวย์, Bangkok Airways, Domestic Lounge Bangkok Airways, รีวิวเลานจ์ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส, สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส, ที่พักผู้โดยสาร Bangkok Airways, Bangkok Airways Lounge Review, Domestic Passenger Lounge, Asia Boutique Airlines, หินรูปปลาวาฬ เขาคิชฌกูฏ

วิวบนเขา ตรงจุดไหว้รอยเสือใหญ่

……………………………………………………..

ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านมีความสุขสมหวัง เจริญรุ่งเรือง คิดสิ่งใดก็ขอให้สำเร็จสมความปรารถนา มีเงินมีทอง มีงานที่ดี ๆ มีความสุขทั้งกายและใจ ขอให้มีแสงสว่างนำทางชีวิตนะคะ สาธุ!

ไม่เจ็บ ไม่จน ไม่มีความยากลำบาก

Disclaimer: The products I reviewed/previewed on this blog are purchased by my own money.

***ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น/บริการทุกอย่าง ที่นำมารีวิวในบล็อก i am beauty monster เราซื้อเองทุกชิ้นค่ะ เพื่อการรีวิวแบบตรงไปตรงมา.

Part 1 มาแสวงบุญไปกับ i am beauty monster

สวัสดีค่ะ เราหายไปนานมว๊าก วันนี้กลับมาอัพบล็อกแนวโม้ ๆ ไร้สาระพอเป็นสิวๆ ไม่ได้มารีวิวแบบจริงจังนะ อย่าเพิ่งดีใจไป, ใครรออ่านรีวิวเครื่องสำอางอย่างเดียว สามารถข้ามโพสนี้ไปได้เลย ไม่มี้ หึหึหึ… (รอโพสหน้า อีกแล้วนะจ๊ะ)

ทางลัดไปสู่ >>> Part 2 มาแสวงบุญไปกับ i am beauty monster

หมายเหตุ:-  โพสนี้เป็นความเชื่อ และศรัทธาส่วนบุคคลค่ะ กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่านให้มาก ๆ ไม่จำเป็นต้องเชื่อหรือปฏิบัติตามนะคะ

ผู้พิชิตผ้าแดง เขาคิชฌกูฏ, จุดไหว้ผ้าแดง คิชฌกูฏ, ผ้าแดง, ขึ้นเขาคิชฌกูฏไป ผ้าแดง, ผ้าแดง สุดเขตแดนบุญ ขุนเขาคิชฌกูฏ, เขาคิชฌกูฏ, ความศักด์สิทธิ์ของเขาคิชฌกูฏ, KitchaKood, Pleung, Bangkok, Thailand, make merits, hiking, spiritual, holy mountain, Kitcha-Kood mountain enshrines Buddha's foot print, Kitcha Kood Mountain Buddha’s Foot Prints, สักการะรอยพระพุทธบาทพลวง, เขาพระบาทพลวง จันทบุรี Facebook, ลานสีวลี เขาคิชฌกูฏ, ลานอินทร์ เขาคิชฌกูฏ, ลานบาตร เขาคิชฌกูฏ, กู้ชีพเขาคิชฌกูฏและกู้ชีพคณะสงฆ์จังหวัดจันทบุรี, กู้ชีพเขาคิชฌกูฏและกู้ชีพคณะสงฆ์จังหวัดจันทบุรี Facebook, รอยพระพุทธบาทพลวง จันทบุรี, รอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฏ, แสวงบุญ, โชคดีมีชัย, มีความสุขสมหวัง ร่ำรวยเงินทอง ร่ำรวยความสุข เจริญรุ่งเรือง สุขภาพร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ทุกประการ, การเดินทางไปเขาคิชฌกูฏ จันทบุรี, การเดินทางไปสักการะรอยพระพุทธบาทพลวง, วัดพลวง, วัดกระทิง, วัดพลวง จันทบุรี, วัดกระทิง จันทบุรี, การเดินทางขึ้นเขาคิชฌกูฏ, คิวรถกระบะขึ้นเขาคิชฌกูฏ, ออกจากกรุงเทพ เดินทางไปไหว้พระ, ออกจากกรุงเทพ เข้าเส้นทางมอเตอร์เวย์, บรรยากาศที่เขาคิชฌกูฏ, จุดไหว้พระ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธ์บนเขาคิชฌกูฏ, คิวรถกระบะขึ้น ลงเขาคิชฌกูฏ, เส้นทางไปวัดพลวง เขาคิชฌกูฏ, สายการบินบางกอกแอร์เวย์, Bangkok Airways, Domestic Lounge Bangkok Airways, รีวิวเลานจ์ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส, สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส, ที่พักผู้โดยสาร Bangkok Airways, Bangkok Airways Lounge Review, Domestic Passenger Lounge, Asia Boutique Airlines

รอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี

***(เพิ่มเติม และแก้ไขคำผิด ณ. ภูเก็ต เย็นที่ 22 ก.พ.2016)

~ แต่เรามาครั้งนี้ เรามาเอา “บุญ” และ “ไขมัน” มาฝาก (เป็นคนใจดีเต็มใจเอามาฝากทั้งสองอย่าง แต่ผู้อ่านบางท่านคงไม่ยอม งั้นเชิญเลือกรับเลือกรับทั้งสอง, หรือ จะรับแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง ตามอัธยาศัยนะคะ).

ขณะที่พิมพ์บล็อกอยู่นี่เราอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เทียบเวลาประเทศไทยเกือบ ๆ 8 โมงเช้า ของวันที่ 22 ก.พ. 2559 นี่ก็พูดเว่อร์อย่างกับอยู่ต่างประเทศ ให้แลดูไฮโซไปงั้นแหล่ะ (ตัวจริงนั่งอ้วน หน้าสดอยู่นี่, จริง ๆ เราเลิกทารองพื้น เลิกแต่งหน้ามาได้เกือบ ๆ ปีแล้วนะ เพราะพอแก่ แล้วมันขี้เกียจจริง ๆ ถ้าเรื่องกินจะขยันมาก) แล้วนี่จะพิมพ์เสร็จทันก่อนขึ้นเครื่องรึเปล่าไม่ทราบ เพราะเดินวน “จก” กดกาแฟในเลาจ์อย่างสนุกสนาน เราเป็นคนโรคจิต ชอบเครื่องทำกาแฟอัตโนมัติมาก “ปุ่มกด” มันล่อใจมนุษย์อย่างเรามากนะ ไม่รู้เป็นอะไรอ่ะค่ะ ~~~ นี่ใจอยาก จะไปยืนกดเสิร์ฟ ชาวบ้านเค้าอยู่ตรงตู้กาแฟอัตโนมัตินั่นนะ แต่เดี๋ยว รปภ.จะมาลากตัวไปเก็บซะก่อน,

16-02-22-11-23-13-836_deco

………………………………………

พูดไม่อายเลยนะ เรากดกาแฟที่เลานจ์นี้ไม่ต่ำกว่า 3 แก้ว และดื่มหมดทุกครั้งนะ ไม่ได้กดมาเล่น ๆ

แต่ถ้าไปกับแควน (แฟน) เราจะคะยั้นคะยอเค้า ว่า จะกิน ‘แฟ ไร ๆ ๆๆๆ เดี๋ยวไปกดให้ ๆ, เอาอีกแก้วมั้ย ๆๆ ๆ ๆ เดี๋ยวไปกดให้ๆ

ดูปุ่ม สิ...น่ากด ทุก ๆ ปุ่มพร้อมกันเลยอ่ะ

ดูปุ่ม สิ…น่ากด ทุก ๆ ปุ่มพร้อมกันเลยอ่ะ

…………………………………………

ทำไมเรารู้สึกว่าช่วงหลัง ๆ มานี้สังเกตว่า ของทางเล่น/ขนมที่เลาจ์ Bangkok Airways ไม่ค่อยเร้าใจเหมือนเมื่อก่อนเลย. อยากให้บางกอกแอร์เวย์รู้ว่า ลูกค้าที่เจริญอาหารอย่างเรามีเยอะนะ นับเราคนแรกได้เลยค่ะ (แถวบ้านเรียกตะกละ)

รึว่า เราเรื่องมาก, ไม่นะ… เค้าแค่ตั้งใจมาปักหลักกิน ก็แค่นั้นเอง. (นิสัย)

16-02-22-11-20-35-603_deco

…………………………………………..

น้อยใจ งอแง ลงไปดิ้นพลาด ๆ กับพื้น …แล้วกลิ้งม้วนตัวแนวทหารราบ พล.ร 11 ให้พอเป็นที่สนใจ,

เห็นพี่ๆ พนง.แผนกทำความสะอาด เดินถือไม้กวาดมา.. เราเลยต้องรีบลุกขึ้น อย่างสุภาพ และอ่อนน้อม.

…………………………………………..

มานั่งรอขึ้นเครื่องกลับภูเก็ตตอนเที่ยง  สาเหตุที่มาถึงเร็ว เพราะต้องมาคืนรถเช่าตอน 7 โมงเช้า, ถ้าเกินเวลาเดี๋ยวโดนปรับเงิน.   เราจะมาโม้ว่า เราขึ้นมาเยี่ยมครอบครัว Parents น่ะค่ะ จะให้น่าหมั่นไส้ ก็ต้องพูดไทยคำ อังกฤษคำ หุหุ หุ…หัวเราะแบบเอามือป้องปาก เราออกจากภูเก็ตตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ. ขึ้นมาตระเวณไหว้พระ ทำบุญวันเกิดในกรุงเทพ พูดแล้วอย่าเอ็ดไปเค้าอายุเต็ม 42 ขวบ แล้วนะ เอ่อะ… จุดพีค จุดไคลแม็กซ์ Climax ของการก้าวเท้าออกจากภูเก็ตในครั้งนี้ คือการขึ้นไปหาของอร่อย ๆ ทาน และที่สำคัญที่สุด ~ ก็เพื่อที่จะไปแสวงบุญ ณ เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี ค่ะ (กรี๊ด เสียงแหบๆ ในขณะพิมพ์ ในที่สุดเราก็ทำได้ไปมาสำเร็จซะที) ไปเขาคิชฌกูฏครั้งนี้เราไปกับหลานชายวัย 24 ขวบ ของเราเองค่ะ เพราะปีชงทั้งคู่ เราปีขาล,  ส่วนหลานชายปีวอก

นี่ก็ไปทำบุญปัดตัวแก้ ปีชง ที่วัดเล่งเน่ยยี่ หรือ วัดมังกรกมลาวาส แถวเยาวราช กันเรียบร้อย, แต่ปกติเราจะขึ้นมาไหว้พระที่นี่เกือบทุกปีหลังตรุษจีน และเดินไปทำบุญโลงศพที่มูลนิธิปอเต็กตึ้ง ตรง สน.พลับพลาไชย ไปทานสาคูมงคลที่นั่นด้วย, อร่อยอ่ะ ชอบ.

…………………………………………..

วันนี้ หยิบแค่นี้ค่ะ แสร้งว่าทานน้อย

16-02-22-11-22-01-795_deco

…………………………………………………

อ่ะ เดินไป “กดปุ่ม”

อุ๊ยยย เดินไปทานกาแฟอีกรอบคราวนี้สอย คาปูชิโน มาค่ะ หลังจากรอบแรกทานกาแฟดำ – รอบสองจัดเอสเพลสโซ.

16-02-22-11-18-39-110_deco

………………………………………………..

ขณะนั่งเขียนบล็อก part 1  ที่นั่ง VIP ของเรา ไป กทม.ทีไร จะเลือกนั่งประจำ,

ขออภัยหากไม่สุภาพสำหรับรูปนี้ค่ะ

NextToBin

หมายเหตุ:-  เป็นความเชื่อ และศรัทธาส่วนบุคคลค่ะ กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่านให้มาก ๆ ไม่จำเป็นต้องเชื่อหรือปฏิบัติตามนะคะ


ออกเดินทางไปแสวงบุญ ณ. เขาคิชฌกูฏ วันที่ 18 ก.พ. 59 ขาออกจาก กทม.

เราไปรับรถที่เช่าไว้ ณ สนามบินสุวรรณภูมิตอน 7 โมงเช้า แล้วออกซิ่งกันเลยไปทางมอเตอร์เวย์ ออกตรงทางออก “อ.บ้านบึง ชลบุรี” (เป็นเส้นเลี่ยงเมือง) แวะเข้าห้องน้ำตรงแถวบ้านบึง ชลบุรี,  ตอนที่ไปนี่ เป็นช่วงเค้ากำลังทำถนน รถติดมาก, พอหลุดจากบ้านบึงไปได้ ก็ไปถึงห้าง Lotus อ.แกลง จ.ระยอง ตอนประมาณ เกือบ ๆ 8:30 น., ไปแวะทานอาหารเช้าเซ็ทใหญ่ก่อนที่จะ แยกย้ายกันเข้าห้องน้ำ แล้วก็หาซื้อรองเท้าที่จะใส่เดินขึ้นเขากันที่นั่น เดินเอ้อระเหยรอยชายกันอยู่พักนึงพร้อมกับการกักตุนขนมกรุบกรอบไว้ทานในรถ ~ เราอัดกาแฟดำเข้ากะเพาะไป 1 แก้วค่ะ นี่ถ้าฉีดเข้าเส้นเลือดได้ฉีดไปแล้ว เพราะง่วงนอนมากอยู่.

เสร็จแล้วออกซิ่งต่อไปถึงจุดหมายปลายทางที่วัดพลวง โดยสวัสดิภาพประมาณ 12:41น. แสงแดดตรงศีรษะกำลังแผดเผาเลยทีเดียวค่ะ,  แต่ป้าไม่กลัวนะ ดำเป็นดำ เพราะลืมเอากันแดดมาจากบ้านแล้วขี้เกียจไปหาซื้อ “เพื่อบุญเรายอมดำ” 🙂

ขอเล่าถึงเส้นทางที่ไป เผื่อไว้หากใครสนใจ และยังไม่เคยทราบนะคะ สมัยก่อนเราขับรถไปหาพี่ชายที่ จ.ตราด เกือบทุกเดือน เลยชินกับเส้นทางนี้ เพราะต้องไปเยี่ยมสุนัข 2 ตัว, ที่ฝากพี่ชายเลี้ยง ตอนนี้บรรดาน้องหมา ๆ ของเราไปสวรรค์กันนานเกือบสิบปีแล้ว ยังคิดถึงอยู่ทุกวัน T_T (ขออภัย นอกเรื่อง)

เสร็จภารกิจแล้ว ก็เดินทางซิ่งต่อไปตามเส้นทาง 344 แล้วไปตัดเข้า >>> เส้นทางหลวง 3 (ถ.สุขุมวิท) ก็ขับตรงไปเรื่อย ๆ จนถึงเมืองจันทบุรี แล้วจะเลือก >>> เข้าเส้นทาง 3322 ที่จะเป็นถนนทางเข้าไปยัง วัดพลวง ก็ได้ แต่เราคิดว่ามันอ้อม ๆ คดเคี้ยว เราเลยเลือกที่จะขับตรง เลยจากเส้นทาง 3322 ไปก่อน,  ขับตามเส้นทางหลวงสาย 3 ไปเรื่อย ๆ ประมาณ ไม่น่าจะเกิน 15 กม. เห็นจะได้ (ถ้าจำผิดพลาด ต้องขออภัยค่ะ) เราเลือกขับเลี้ยวซ้าย ไปเส้นทาง 3249 (อยู่ฝั่งซ้ายมือขาที่เรามาจาก กทม. นี่แหล่ะค่ะ) ขับเข้าไปตามเส้นทาง 3249 จะง่ายกว่าเพราะรู้สึกคดเคี้ยวน้อยกว่า  ก่อนที่จะไปวัดพลวง จะผ่านวัดกระทิง ก่อน,  *ใครที่เพิ่งเคยไปครั้งแรกแบบเรา ให้ไปที่วัดพลวงนะคะ แล้วไปขึ้นรถ 4×4 ที่จะขึ้นเขาได้ที่วัดพลวง  หรือใครจะลองขึ้นรถกระบะ 4×4 ที่ วัดกระทิงก็เชิญตามสะดวก ไม่มีกฎเกณฑ์ใด ๆ ค่ะ. เอาที่อยากลอง เอาที่สบายใจ.

มื่อถึงวัดพลวง จ.จันทบุรี แล้ว ไหว้พระด้านล่างให้เป็นศิริมงคลก่อน *แนะนำ* ให้เข้าห้องน้ำที่วัดพลวงให้เรียบร้อยก่อน เพราะสะดวกสะอาด กว่าบนเขามาก ที่วัดพลวงเค้าจะมีห้องน้ำ พร้อม “ห้องอาบน้ำ” เป็นสัดส่วน ไว้ให้ค่ะ,  ในส่วนเรื่องดอกไม้ ธูปเทียนเราติดสินใจยังไม่ซื้อ  แต่เราเลือกที่จะซื้อเฉพาะ “อัญมณีประจำวัน” กับ “อัญมณีประจำปีเกิด” ตรงที่วัดพลวงอย่างเดียวก่อน ยังไม่ซื้อธูป ดอกไม้ ขี้เกียจถือ ~~~ เสร็จจากเข้าห้องน้ำแล้ว ก็เดินไปซื้อบัตรขึ้นรถ 4×4 เพราะเราไปตอนเปิดใหม่ ๆ คนไม่เยอะ ที่สำคัญ เราไปวันธรรมดา.

ณ จุดขึ้นรถ “วัดพลวง”  บัตรขึ้นรถกระบะ 4×4 ราคาเที่ยวละ 50 บาทเท่านั้นนะจ๊ะ (แบ่งขึ้น 2 ช่วง, แบ่งลง 2 ช่วง)

  • ขาขึ้น จุดแรก 1 ต่อใช้เวลานั่งรถสั้นกว่า และพอลงรถ จะมีที่ให้ซื้อตั๋วรถจุดที่ 2, รถขึ้นเขาจากจุดที่ 2 นี้จะใช้เวลานั่งรถขึ้นเขานานกว่าจุดแรกกว่าหน่อยนึง = “ขึ้น”ทั้งสิ้น 100 บาท
  • ขาลง ก็เช่นกัน จะมีจุดซื้อ จุดที่ 1 และ จุดที่ 2 ซึ่งเป็นช่วง “ต่อรถ” เหมือนขาขึ้น = “ลง” ทั้งสิ้น 100 บาท

ตอนขึ้นรถนั้น สนุกมาก เรา กับหลานชายชอบมาก เหมือนมาสวนสนุก, มีทางโค้งหักศอกบ้าง ทางราดชันแถมโค้งหักศอกบ้าง เป็นระยะ ๆ

โอ๊ยยยยย สนุก พี่พูด #ขาลุย สมัยทำงาน NGO เราลุยกว่านี้

*** ไม่ต้องกลัวนะคะ ทางขึ้นเขานั้น เค้าจะมีเจ้าหน้าที่คอยซ่อม คอยเกลี่ยทาง เป็นจุด ๆ เลยค่ะ จะมีรถแทรกเตอร์คอยเกลี่ยทางให้เรียบตลอดเวลา, ท่าทางความปลอดภัยไว้ใจได้ทีเดียว คนขับก็ดูจะชำนาญกัน.  สนุก ๆ เชื่อเรา.

ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา…

(ความรู้สึกเหมือน พี่โป่ง หิน เหล็ก ไฟ มายืนร้องเพลงคลออยู่ข้างหลังเลยทีเดียว)


ณ จุดขึ้นรถ “วัดกระทิง” ขาขึ้น 100 บาท ขาลง 100 บาท รวมขึ้นลง เบ็ดเสร็จ = 200 บาท อันนี้ไม่ทราบเหมือนกันว่าอะไรยังไง ต้องขออภัยค่ะ ดันรีบ และรนที่จะรีบขึ้นเขาจนลืมถามทางคนพื้นที่ กับพี่ ๆ ที่ขับ 4×4

*ดอกดาวเรือง ธูป เทียน สามารถไปซื้อเอาได้ตรงจุดที่ลงรถครั้งสุดท้าย ที่จะเดินขึ้นเขา (ข้างทางระหว่างเดินขึ้นเขาไปแล้ว เขาก็จะมี อัญมณีประจำวันเกิด/ปีเกิด ขายพร้อมดอกไม้ ธูปเทียน – น้ำดื่ม – มาม่า เป็นจุด ๆ แต่ราคาก็จะแพงขึ้น เป็นค่าแรงหิ้วขึ้นเขาตามระเบียบ, ใครจะซื้อทุกอย่างให้เรียบร้อยที่วัดพลวงไปเลยก็ได้ แล้วแต่สะดวกค่ะ.

ตัวอย่าง:- ชาเขียวที่เป็นขวด ๆ ยี่ห้อต่าง ๆ ข้างบนเขาจะขายขวดละ 35 น้ำเปล่าขวดเล็ก 20 บาท เขาแช่น้ำแข็งเอาไว้ให้จนเย็นไปขั้วปอด เลยค่ะ

กรี๊ดจะขึ้นเครื่องแล้ว ไปล่ะนะ ไว้ต่อภาค 2 เมื่อถึง ภูเก็ตค่ะ

ทางลัดไปอ่าน >>> Part 2 มาแสวงบุญไปกับ i am beauty monster

………………………………………………………………………………..

 

Disclaimer: The products I reviewed/previewed on this blog are purchased by my own money.
***ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น/บริการทุกอย่าง ที่นำมารีวิวในบล็อก i am beauty monster เราซื้อเองทุกชิ้นค่ะ เพื่อการรีวิวแบบตรงไปตรงมา.

งานหลวงไม่ให้ขาด งานราษฎร์ก็อยากทำ

ณ บัดนาวก็เป็นเวลาที่จะก้าวเข้าสู่เช้าวันจันทร์อันสดใส.  ทุกท่านทราบกันดีว่า “วันจันทร์” เป็นวันที่โหดร้ายที่สุดในสัปดาห์ 🙂

เรายังนั่งทำงานอยู่เลยจ๊ะ แต่ไม่ค่อยจะมีสมาธิเท่าไหร่แล้วล่ะ

เพราะนึกมุกได้ว่า เราน่าจะรีวิวอะไรที่มันเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นตัวช่วยในการบำรุงสุขภาพร่างกายสำหรับคนนอนดึก, คนทำงานหนักใช้สมองเยอะ เครียดเยอะ, นอนน้อย และนอนไม่เป็นเวลา.  เรา และคนใกล้ตัวเป็นคนทานวิตามินมา 10 กว่าปีแล้วค่ะ เพราะเป็นพวกเราใช้ร่างกายหนักทั้งเที่ยว ทั้งดื่ม ทั้งทำงาน, โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนใกล้เรา เค้าเป็นคนสูบบุหรี่จัด เค้าทานวิตามินมาตลอด.  เอาไว้เดี๋ยวค่อยมาลงรายละเอียดกันในตอนที่เราว่ามาทำโพสรีวิววิตามินอีกทีแล้วกันเนอะ.

update รูป@ Oct 21, 20153 รูปด้านล่างนี้ ขอทำภาพเบลอๆ ไว้ก่อนให้เดาเล่น ^^ ใครที่ทานประจำก็คงจะทราบ พวกนี้เป็นรูปเก่า ๆ ที่เคยถ่ายไว้ อาหารเสริม/วิตามินบางตัว ก็ทานต่อเนื่องเป็นประจำ, บางตัวก็นาน ๆ กว่าจะหยิบขึ้นมาทานสักทีในเวลาที่รู้สึกว่าร่างกายต้องการ, บางตัวก็แค่ทดลองครั้งเดียวก็เลิกค่ะ.

*** หมายเหตุ:- ไม่ได้ทานทุกตัวพร้อมกันหมด เน้อ, ไม่งั้นแทนที่จะใช้เพื่อบำรุงสุขภาพ ดันกลับกลายเป็นบั่นทอนสุขภาพไปเพิ่มภาระให้ตับ ไต.

ควรพยายามทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และหมั่นออกกำลังกาย

อาหารเสริม, วิตามิน, ดูแลสุขภาพ, ดูแลผิวพรรณ, Vitamin, Supplement, Blackmores, DHC, DHC vitamins, Fancl vitamins, Fancl, Meiji, Meiji Collagen, Meiji vitamin, รีวิวอาหารเสริม, รีวิววิตามิน, รีวิวอาหารเสิรมบำรุงร่างกาย, รีวิวอาหารเสริมบำรุงสุขภาพ, รีวิวอาหารเสริมบำรุงผิวพรรณ, รีวิวอาหารเสริมบำรุงสมอง, ทานวิตามินเพื่อบำรุงร่างกาย, รีวิวคอลลาเจน, รีวิววิตามินบำรุงผิว, รีวิวอาหารเสริม, รีวิววิตามิน

 

อาหารเสริม, วิตามิน, ดูแลสุขภาพ, ดูแลผิวพรรณ, Vitamin, Supplement, Blackmores, DHC, DHC vitamins, Fancl vitamins, Fancl, Meiji, Meiji Collagen, Meiji vitamin, รีวิวอาหารเสริม, รีวิววิตามิน, รีวิวอาหารเสิรมบำรุงร่างกาย, รีวิวอาหารเสริมบำรุงสุขภาพ, รีวิวอาหารเสริมบำรุงผิวพรรณ, รีวิวอาหารเสริมบำรุงสมอง, ทานวิตามินเพื่อบำรุงร่างกาย, รีวิวคอลลาเจน, รีวิววิตามินบำรุงผิว, รีวิวอาหารเสริม, รีวิววิตามิน

 

อาหารเสริม, วิตามิน, ดูแลสุขภาพ, ดูแลผิวพรรณ, Vitamin, Supplement, Blackmores, DHC, DHC vitamins, Fancl vitamins, Fancl, Meiji, Meiji Collagen, Meiji vitamin, รีวิวอาหารเสริม, รีวิววิตามิน, รีวิวอาหารเสิรมบำรุงร่างกาย, รีวิวอาหารเสริมบำรุงสุขภาพ, รีวิวอาหารเสริมบำรุงผิวพรรณ, รีวิวอาหารเสริมบำรุงสมอง, ทานวิตามินเพื่อบำรุงร่างกาย, รีวิวคอลลาเจน, รีวิววิตามินบำรุงผิว, รีวิวอาหารเสริม, รีวิววิตามิน


#ไว้ว่างๆ จากงานหลวง จะมาทำงานราษฎร์

ขอคนแก่เล่าเรื่องอดีตหน่อยนะคะ อยากโม้…

นี่เรายังถือว่าโชคดีหน่อยนึงที่ตอนนี้ทำงานส่วนตัวที่บ้าน นั่งทำดึกดื่นแค่ไหนก็ได้ ตื่นกี่โมงก็ได้, ทำงานที่ไหนก็ได้แค่มีโน๊ตบุ๊ค 1 เครื่อง  คือ ถึงแม้จะเป็นงาน routine แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องตื่นออกจากบ้านแต่เช้าเหมือนแบบเมื่อสมัยเป็นนักเรียน มัธยมต้น – ปวช. ที่เราต้องตื่นนอนตอนตี 4 ครึ่ง แล้วต้องรีบออกจากบ้านไปขึ้นรถเมล์ตอนตี 5 ครึ่ง…เป็นคนชอบไปถึงเช้า ๆ จะได้นั่งพัก นั่งโม้ด้วย  ตอนนั้นรถมันติดมากมายมานานแล้วนะ แถมรถเมล์นี่ แน่นเอียด  กว่าจะถึงโรงเรียนก็โน่น 7 – 7.30 น.

แล้วพอมาสมัย ปวช. 3  มีช่วงที่เค้าสร้างสะพานข้ามแยกท่าพระ (เราเป็นเด็กฝั่งธนฯ ค่ะ) ช่วงนั้นเราจะถึงโรงเรียนประมาณ 8-9 โมงเช้า ขนาดออกจากบ้าน ตี 5 ครึ่งนะ

วันเวลาผ่านไป ไวเหมือนโกหก ข้ามฉากมาที่ตอนเรียนจบ ป.ตรี แล้ว <<กรุณา จินตนาการว่ามี เสียงเพลงบรรเลงแบบจักรๆ วงศ์ๆ แนวโศกเศร้าเคล้าน้ำตา เริ่มดังก้องในโสตประสาท>>

มาฉากที่เป็นตอนทำงานที่แรก ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่เค้ากำลังสร้างทางรถไฟฟ้า BTS แถวสาทร – สีลม  กำลังลงทั้งเสา + รางรถไฟกันเลย ยิ่งพูดนี่ยิ่งรู้ว่าเราแก่ ^^ ตอนนั้นทำงานเป็นเลขาฯ ให้บริษัทผลิตอะไหล่รถจักรยาน และมอร์เตอร์ไซค์ที่ส่งออกให้กับญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง …โอย ตอนนั้นยิ่งหนักใหญ่นึกถึงแล้ว เค้านี่น้ำตาเกือบไหล (เอ๊ะ ช่วงนี้จิตใจเค้าบอบบาง ถถถถถถ+) เพราะต้องไปทำงานที่ออฟฟิศใหญ่แถวสาทร เยื้องไปทาง ถ.นราธิวาสฯ ช่วง ซอย 4-6

เรานี่ ต้องตื่นตี 4 แถมออกจากบ้านตี 5 กว่าๆ แต่ไปถึงที่ทำงาน 9.30 น. เกือบจะทุกวัน.  ดีว่าเจ้านายใหญ่ เข้าใจสถานการณ์ สาธุ ๆ ขอบคุณมากครับ.

พอลงรถเมล์มาก็ต้องมาขึ้นวินมอเตอร์ไซค์ ช่วง ฝั่งตรงข้ามตึก Thai C.C. Tower มาส่งตรง แถว ซ.นราธิวาส 4 – 6… พี่วินฯ แต่ละท่าน แต่ละสี ที่ผ่านมาจะเรียกค่าบริการไม่เท่ากัน

เป็นช่วงเวลาที่เราได้ฝึกเทคนิคการค้า การเจราจาต่อรองราคา ใช้เทคนิคหลอกล่อต่าง ๆ นา ๆ ให้ได้ค่าวินที่เหมาะสม และ win-win ด้วยกันทั้งสองฝ่าย บางวันเราโดนเรียก 80 บาท ดิฉันไม่ยอมค่ะเสียดุลเกินไป ….ต้องมีการเจรจาต้าอ่วย กันหน่อยล่ะค่ะ  ซึ่งราคาในทุก ๆ วันตอนเช้า ก็โดนไป 50 – 60 บาท ราคาแรงอ่ะ. (สมัย 18-19 ปีมาแล้วนะน่ะ เพราะดีมานด์เยอะ), ตอนเย็นนี่ดีหน่อย ว่าสวรรค์ทรงโปรดได้อาศัยแปะรถ ผจก. มาลงหน้าตึกไทย ซีซี แล้วก็ขึ้นรถเมล์ข้ามกลับมายังฝั่งธนฯ อย่างสนุกสนาน

ขอจบดื้อ ๆ แค่นี้นะคะ เพราะ ตี 3 แล้ว, ราตรีสวัสดิ์จ๊า

#ยังไม่ได้มารีวิว

#แค่มาโม้


อย่างไรก็ตาม “สภาพผิว, ฮอร์โมน, และ รูปแบบการใช้ชีวิต” ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อ่านรีวิว ที่ไหน ๆ ก็ใช้วิจารณญาณส่วนตัวตัดสินเอาล่ะกันนะคะ

Disclaimer:  The products I reviewed/previewed on this blog are purchased by my own money.

***ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น ที่นำมารีวิวในบล็อก i am beauty monster เราซื้อเองทุกชิ้นค่ะ เพื่อการรีวิวแบบตรงไปตรงมา.

Part 2 เพื่อน, ความห่วงใย การรับรู้และความเข้าใจ, และ “A glass half full น้ำครึ่งแก้ว”

[Part 2] เพื่อน, ความห่วงใย การรับรู้และความเข้าใจ, และ “A glass half full น้ำครึ่งแก้ว”

ในพาร์ทที่สองนี้ ซึ่งเป็นพาร์ทสุดท้ายนี้ “เจ้าของบล็อก” เขียนแสดงความคิดเห็นส่วนตัว ในเชิงผสม”ปรัชญา, จิตวิทยา และความรู้สึกที่เกี่ยวโยงกับหัวข้อโพส “เพื่อน, ความห่วงใย การรับรู้และความเข้าใจ” ใน Part 1 จากประสบการณ์ของเรากับเพื่อนๆ และคนรอบตัว ที่เกี่ยวกับชื่อโพสที่เราเขียนมานี้เท่านั้น นะคะ

* ซึ่งทฤษฎีน้ำครึ่งแก้วนี้ มันผสมผสานปรับใช้ได้หลากหลายสถานการณ์แตกต่างกันไปในแง่ของ ธุรกิจ, เศรษฐศาสตร์ ฯลฯ)

หากบทความนี้ไม่ถูกต้อง หรือมีอะไรบกพร่องในแง่วิชาการ, ขัดแย้งต่อความคิดเห็นของผู้อ่าน, เจ้าของบล็อกต้องขออภัย ขอน้อมรับข้อติชม และยินดีเปิดรับฟังความคิดเห็นที่ต่างกันออกไปค่ะ พร้อมตรวจสอบ และแก้ไขค่ะ

ขอบคุณค่ะ Jessica Jee @i am beauty monster blog

Post หน้า จะเข้าสู่โหมดรีวิวผลิตภัณฑ์ความงามเหมือนเดิม ค่ะ  🙂 ยิ้มหวาน ๆ

Share บทความได้ไม่ว่ากัน หากท่านเห็นว่าเป็นประโยชน์.
แต่ขอนิดเดียวว่า *ขอสงวนลิขสิทธ์ ห้ามcopy ห้ามดัดแปลงบทความทั้ง 2 ภาคของเรานะจ๊ะ
รักนะ จุ๊ฟๆ!!! เดี๋ยวจะเข้าใจกันผิด.

A glass half full. “น้ำครึ่งแก้ว”

คนรักแมว, friendship, ทฤษฎีน้ำในแก้ว, น้ำครึ่งแก้ว, น้ำเต็มแก้ว, แก้วเปล่า, แก้วที่คว่ำอยู่, cat, ความห่วงใย, การรับรู้รับฟัง, ปรัชญา, จิตวิทยา, เพื่อนไม่เคยทิ้งกัน

Credit pic:- I googled this pic from the internet, thank you the real owner. Appreciated.


 

เครดิตรูป จาก Higher Perspective Facebook

……………………………………………………………

หลายท่านคงเคยได้ยินกันมาบ่อย ๆ ในแง่ความหมายของทฤษฎี (หรือคำเปรียบเทียบ) “น้ำครึ่งแก้ว” A glass half full ที่จะเป็นในแง่ของวิสัยทัศน์ และ/หรือทัศนคติของบุคคล เช่น ความคิดแง่บวก  และความคิดแง่ลบ, การมองโลกในแง่มุมที่แตกต่างของแต่ละบุคคล, การมองเห็นโอกาส, วิสัยทัศน์ต่าง, ฯลฯ.

บางท่านอาจจะยังไม่เคยทราบ หรือ แม้แต่เพื่อนเราบางคน ที่ยังไม่เคยรู้ และไม่เข้าใจความหมายเหล่านี้ หรือเคยรู้เคยเข้าใจแต่อาจจะหลงลืม ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติมนุษย์.

1. “น้ำเต็มแก้ว

คือ คนที่พัฒนาได้ยาก. แก้วน้ำที่มีน้ำเต็มแก้วก็เปรียบเหมือนกับการที่ไม่ยอมรับสิ่งใหม่ๆ ไม่กล้า, กลัวการเปลี่ยนแปลง, ego สูง กลัวการเสียหน้า, ไม่ชอบที่จะเปลี่ยนแปลง ดื้อเงียบ, “Conservatism, traditionalism” เป็นคนยึดติด, หัวโบราณ  (หมายเหตุ:- Conservatism นี้เราไม่ได้มองในแง่การเมือง หรือไม่ได้ต้องการที่จะขัดแย้งประเพณีใด ๆ นะคะ เราแค่พยายามหาตัวอย่างที่ใกล้เคียง เพื่อมาเปรียบเทียบกับ “น้ำเต็มแก้ว” ที่เกี่ยวโยงกับหัวข้อโพสของเจ้าของบล็อก ค่ะ)  และ/หรือยากที่จะยอมรับนำเอาสิ่งใหม่ๆ ดีๆ กว่าเข้ามาในชีวิต ยังคงพอใจ และยึดติดกับสิ่งเดิมๆ หรือ สิ่งที่มีอยู่ หรือ ย่ำอยู่กับวิธีคิด และวังวนปัญหาเก่า ๆ

ถึงแม้ว่า เขา/เธอ จะเป็นฝ่ายที่เข้ามาขอคำปรึกษาจากเพื่อนหรือคนรอบตัวที่เขาไว้ใจ และได้รับคำแนะนำ คำปรึกษาไปแล้ว แต่ก็คิดว่า ข้าจะทำแบบเดิมเนี่ยแหล่ะ คำแนะนำ ความคิดเห็นของเธอ แน่ใจรึ? ว่าจะถูก?  อะไรประมาณนั้นน่ะค่ะ

อันนี้ เราไม่ว่ากันเพราะในความเป็นจริง ไม่มีความคิด ความรับรู้ของใครที่ จะถูกจะผิดได้ 100% อย่างเสมอไป.

คิดว่าความรู้ที่มีอยู่เพียงพอแล้ว เรียนมาเยอะแล้ว (อีกแง่ อาจจะเป็นการขี้เกียจที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ก็เป็นได้), การพัฒนาความรู้ ความคิด “จิต” และ”ตัวตน” จึงทำได้ค่อนข้างยาก ถึงแม้บางท่านอาจเรียกว่าเป็นคนที่มีความมั่นคง

***แต่ (ความเห็นส่วนตัวของเรานะ) เราว่าเป็นความมั่นคงที่ “ไม่ใช่ในแง่บวก” เลยค่ะ.

———————–

2. “น้ำครึ่งแก้ว

พร้อมที่จะยอมรับสิ่งใหม่ๆ ปรับเปลี่ยนนำมาปฏิบัตินำมาใช้พัฒนาชีวิต, ชอบเรียนรู้ ขวนขวายหาความรู้ใหม่ ๆ ใส่ตัว.  ไม่กลัวความเปลี่ยนแปลง เพราะเป็นแก้วที่ไม่มีวันเติมเต็ม ไม่ว่าใครจะใส่ความรู้ ใส่คำสอน คำเตือน ลงมามากสักเท่าไหร่ ก็ยอมรับฟังเพื่อไปปรับปรุง และแก้ไข. นำความรู้ที่มีอยู่ และความรู้ใหม่ ๆ มาดัดแปลง ปรับปรุงใช้ให้เหมาะกับชีวิตส่วนตัว หรือหน้าที่การงานของตน.

-> คนประเภท “คิดนอกกรอบ (Think outside the box)” จึงมองเห็นโอกาสดี ๆ ในทุกสถาณการณ์ แม้จะเป็นเวลาวิกฤตก็ตาม, คิดและมองต่างมุม และมีความสามารถเปรียบเทียบส่วนดี ส่วนเสียในสิ่งต่าง ๆ ได้ดี และจะมีโอกาส และ/หรือ ได้เปรียบมากกว่าในทุกด้านของชีวิต  <-

“สนใจที่จะใส่ใจ”!

***ใส่ใจอะไร? = ใส่ใจทั้ง “ความคิด ความเข้าใจ ความรู้ตัวและจิตสำนึก รู้ความต้องการ” ของตัวเอง และ ของคนรอบ ๆ ข้าง (ไม่ใช่ต้องถึงขนาด ไปแคร์ความรู้สึกคนอื่นมากเกินไป จนไม่เป็นตัวของตัวเอง และไม่ใช่สอดรู้เรื่องคนรอบข้างนะ ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ หุๆๆ), ใส่ใจรายละเอียดปลีกย่อยต่าง ๆ ตามสถานการณ์ของแต่ละตัวบุคคล, เป็นคนช่างสังเกต

“มีวิสัยทัศน์” ที่มากกว่าจากการที่เปิดใจ เปิดความคิด รับฟัง มากกว่าพูด และคิด ก่อนจะพูด. อีกทั้งยังขอบแสวงหาสิ่งใหม่ ๆ ความรู้ใหม่ ๆ ความคิดเห็นใหม่ ๆ และ พร้อมที่จะนำเอาส่วนดีจากสิ่งใหม่ๆ มาปรับใช้

กล้าทดสอบ กล้าทดลอง คนประเภทนี้สามารถจัดการกับการเผชิญความ”กลัว”ได้ดีกว่า. และมองเห็นแต่ สิ่งดี ๆ ในชีวิตได้ในทุกสถานการณ์เสมอ.

———————–

3. “แก้วเปล่า” หรือ/และ “แก้วที่คว่ำอยู่” (“แก้วเปล่า” มันยังหงายปากแก้วขึ้น ส่วนคนประเภท”แก้วคว่ำอยู่” นี่หนักกว่า เพราะปิดกั้นไปเลย ~~ แต่เราขอไม่ลงลึก เดี๋ยวจะยาวเกิน ขี้เกียจเขียน)

คือ คนประเภทไม่รับรู้ ไม่รับฟัง ไม่ใส่ค่อยจะใส่ใจในรายละเอียดรอบตัว, ไม่เปิดหูเปิดตา ปิดใจ — “มัวแต่หมกมุ่นอยู่กับความคิด และความกังวงของตัวเอง” ฟังอะไรก็ไม่มีสติ เข้าหูซ้าย ทะลุหูขวา. เพราะจิตใจมัวแต่คิดถึงแต่เรื่องของตัวเอง อาจรวมไปถึงคนที่ปิดตัวเอง และไม่กล้าแสดงออก.

แม้ว่า เขา/เธอ จะมายอมเปิดใจ มาเล่าปัญหา และถามหาคำปรีกษาจากคุณเอง, และ เขา/เธอ ได้รับคำตอบ คำปลอบใจ คำแนะนำไปแล้ว แต่ เขา/เธอ เหล่านั้นก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะรับฟังคำแนะนำ

คนที่ห่วงใย รักและคอยให้คำแนะนำคำปรึกษากับคนประเภท “แก้วเปล่า หรือ แก้วที่คว่ำ”อยู่ ก็จะได้รับความรู้สึกที่เปรียบเสมือน “น้ำซึมลงทราย” เหนื่อยเปล่า เสียความรู้สึกในความรัก ความห่วงใยที่มีให้มาตลอด.

เพราะใจที่ว้าวุ่น ของพวก “แก้วเปล่า หรือ แก้วที่คว่ำอยู่” ไม่สามารถจัดอันดับอะไรที่เหมาะสมได้ แล้วก็พาตัวเองไปเจอปัญหาเดิม ๆ และกลับมาพร้อมกับปัญหาเดิม ๆ แถมเพิ่มปัญหาใหม่ ๆ เข้ามาให้ตัวของเขา/เธอ เศร้าหมองและครุ่นคิด เหม่อลอยกับความคิด และปัญหาของตัวเขา/เธอ อยู่ร่ำไปเป็นวังวน.

ต้องการแต่ ที่จะให้คนอื่น ๆ มารับฟังปัญหาของตน ปล่อยตัวเองให้คิดมากกังวล เศร้าหมอง ยึดติดกับส่ิงเก่า ๆ ไม่มองถึงโอกาส และอนาคตที่(อาจจะ)ดีกว่าในภายหน้า, ไม่กล้าคิด, ไม่กล้าตัดสินใจ ฯลฯ.

  • เหมือนกับตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล (center of the universe) >> ที่ทุกคนต้องเข้าหาเขาเพื่อเปิดใจของ เขา/เธอ ติดอยู่กับตัวเอง – คิดอยู่แต่กับตัวเอง, ต้องเข้าไปช่วยเหลือเขาทุกครั้งไป, เรื่องของตัวเองสำคัญ, จะฟังจะใส่ใจก็แต่เรื่องที่เกี่ยวกับตัวของเขาเท่านั้น.  [ไม่เชิงเป็นคนเห็นแก่ตัว แต่ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละตัวบุคคล สิ่งแวดล้อม และการเลี้ยงดูของแต่ละครอบครัว ในบางกรณีก็เป็นที่ สถาณการณ์ที่ไม่อำนวย หรือ อาจะเป็นที่ตัวบุคคล นั้นๆ เอง].

แถมยังเป็นคนประเภท กลัวไปหมดทุกสิ่ง ทุกอย่าง กลัวแม้กระทั่ง “กลัว(ที่จะพัฒนา)จิตใจ หรือแม้กระทั่ง “กลัวใจของตัวเอง” ก็มี ไม่ใส่ใจในตัวของตัวเขาเองในเรื่องที่ควรจะใส่ใจ, ปิดกั้นความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง ไม่กล้าเปิดอกเปิดใจ.

  1. บางประเภทถึงขั้น ดูแลตัวเองไม่เป็น เลยก็มี.
  2. บางประเภทเรียกได้ว่า “เรียกร้องความสนใจ” ก็มี (เป็นที่เจ้าตัวเอง มโนปัญหาขึ้นมาเอง).
  3. บางประเภทเวลามีความสุขก็เงียบหาย เวลามีความทุกข์เดือดร้อนถึงจะโผล่ผิวหน้า และเสียงมาให้เห็น.

ย่ำอยู่กับที่ ไม่พัฒนาความคิด, จิตใจว้าวุ่น อ่อนไหวไปกับสิ่งเร้ารอบตัว และถูกชักจูงได้ง่าย, ไม่นับถือตัวเอง.

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

วกกลับเข้ามาในส่วนที่เกี่ยวข้องกันกับ A glalss half full” ในส่วนของตัวของเจ้าของบล็อก.

เราก็เป็นแก้วน้ำแบบใดแบบหนึ่ง ในทั้งแก้ว 3 แบบนี้ค่ะ แตกต่างกันไปตามแต่ละกลุ่มบุคคล และ/หรือสถานที่  ดูอย่างใน Part 1 – เพื่อน, ความห่วงใย การรับรู้และความเข้าใจ, และ “A glass half full น้ำครึ่งแก้ว.  ในช่วงเพื่อน “แบบที่ 1” ของเมื่อ Part 1  เราเอง ก็พลาดไม่ใช่ผู้ฟังที่ดี เค้าไว้ใจเราแต่ไม่ได้ใส่ใจฟังในสิ่งที่ควรจะใส่ใจ เลยไม่ได้ฟังไม่ได้พูดคุยกับเพื่อน ก่อนที่เพื่อนจะเสียชีวิต รึมันจะบอกลาและสั่งเสีย?, แม้กระทั่ง งานศพก็ไม่ได้จัด เนื่องด้วยเหตุผลที่ไม่สามารถบอกได้ค่ะ.

**ถ้าเทียบตัวของเจ้าของบล็อกเอง ก็เปรียบเสมือน น้ำเต็มแก้ว และ แก้วเปล่า  เวลานั้น นั่นเอง.  

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

สำหรับตัวของเจ้าของบล็อกเอง เพื่อน ๆ ทั้ง 3 แบบที่กล่าวมาทางด้านต้นใน Part 1

กลุ่มเพื่อนหญิง ในช่วง”แบบที่ 2″ = แต่ละคนก็เป็นดังแก้วทั้ง 3 แบบ ปะปนกันไป, ทุกคนมีความรักความห่วงใยให้กัน แต่อยู่ที่ว่าใครจะสัมผัสได้มาก หรือน้อย ก็สุดแท้แต่ สติ, ปัญญา, ความจริงใจ, สำนึก และการรับรู้ของแต่ละคน แต่อย่างที่เราทราบกันดีว่า “ผู้หญิง” ส่วนใหญ่จะใช้ “อารมณ์ และความรู้สึก” มาก่อน “เหตุผล และตรรกะแห่งความถูกต้อง” มากกว่าผู้ชาย (อันนี้เราแบบพาดพิงไปถึง ฮอร์โมนเพศหญิง ล่ะกันนะคะ ขำ ๆ อย่าคิดมาก) จนบางที เขา “อาจจะ” ไม่เคยได้รับรู้ความรู้สึกรักห่วงใยที่เรามีให้เลยรึไม่ ???

ข้อดีของเพื่อนสาว ก็คือ ไว้ใจปรับทุกข์ในเรื่องที่อ่อนโยน, เรื่องผู้หญิงๆ, เรื่องลับ ๆ แนว partner in crime กันได้อย่างสบายใจ 🙂

ส่วนกลุ่มเพื่อนผู้ชายล้วน ๆ ในช่วง”แบบที่ 3″  = ก็เป็นอีกแบบนึง มีอะไรก็ด่าว่ากันตรง ๆ พูดกันตรง ๆ สอนกันตรง ๆ ไม่มีโกรธ ไม่มีงอน ไม่มีการฟุ้งซ่าน และ ตัวเจ้าของบล็อกกับเพื่อนกลุ่มผู้ชายก็จะไม่ชอบ Drama กัน. เปิดอกคุยกันให้เคลียร์ แล้วต่างคนต่างรับฟังแก้ไข และเคลียร์กันจบในวันนั้น ๆ ไม่เวิ่นเว้อ.

ข้อดีอีกอย่างของเพื่อนผู้ชายแบบที่ 3 นี่ คือ ไม่ต้องมานั่งใส่หน้ากาก ไม่ต้องมานั่งปากหวานใส่กัน ใช้คำแรง ๆ สอนด่ากันแบบไม่ต้องเกรงใจ ไม่ต้องมานั่งกังวลในเรื่องงอนกัน #แมน ๆ ครัช!

“สัจธรรม” ที่แน่แท้ ได้โปรดจำไว้ว่า

“คนเราไม่มีใครสมบูรณ์แบบ”

ปุถุชนอย่างเรา ๆ ทำผิดทำพลาดกันได้ 🙂  แต่อยู่ที่ว่าคน ๆ นั้น เรียนรู้จากความผิดพลาด รักที่จะเป็นผู้ฟัง และผู้พูดที่ดี  ยินยอมน้อมรับข้อที่จะต้องนำมาปรับปรุง แก้ไข และรักที่รับรู้ความรู้สึกใส่ใจคนที่รักเราที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา หรือไม่… อันนี้ ก็สุดแท้แต่… ไม่มีใครที่จะมีความคิดเห็น มีสามัญสำนึกฉลาดสมบูรณ์พร้อม, ไม่มีใครถูก และผิดเสมอ.

อย่าคิดว่ามีโลกนี้มีแต่ “เรา/ตัวกู” เพราะโลกนี้ประกอบไปด้วย “เขา/เธอ”, “คนรอบตัว” ด้วนนะจ๊ะ

ปล. จริง ๆ เราเขียน 2 โพสนี้เพื่อเตือนตัวเอง และเตือนเพื่อนๆ ทุกคนของเรา จริง ๆมีอะไรเขียนยาวกว่านี้นะคะ แต่พอแค่นี้ดีกว่า ^^ ชักเลอะ ๆ

รักเพื่อน ๆ ทุกคนเสมอ และรักท่านผู้อ่านด้วยเช่นกัน จุ๊ฟฟฟฟฟฟฟฟ ฟอดใหญ่ ๆ  ขอบคุณที่ทนอ่านกันสวัสดี และขอลาไปก่อนค่ะ

………………………………………………………………………….

*ผิด ตก ยกเว้น เพราะทำงานเพ่งคอมทั้งสัปดาห์ หุๆๆๆ

คนดีชอบแก้ไข คนอะไรชอบแก้ตัว ^^

Post หน้า จะเข้าสู่โหมดรีวิวผลิตภัณฑ์ความงามเหมือนเดิม ค่ะ  🙂 ยิ้มหวาน ๆ

Part 1 เพื่อน, ความห่วงใย การรับรู้และความเข้าใจ, และ “A glass half full น้ำครึ่งแก้ว”

หมายเหตุ:- โพสนี้ ไม่ได้มารีวิวผลิตภัณฑ์ใด ๆ ค่ะ.  เราจัดโพสนี้อยู่ในหมวด Life & Relationship จะเปรียบดั่งไดอารี่ส่วนตัวในส่วนที่เปิดเผยได้,  และยังมีบางเรื่องที่คนส่วนใหญ่ทั้งไทย + ทั้งเทศ ยังไม่เปิดกว้างและไม่เข้าใจ ไม่ยอมรับอยู่ เอาไว้รอถึงเวลา เมื่อวันนั้นมาถึงค่อยว่ากัน.

หากท่านใดคิดว่าจะมีประโยชน์กับตัวท่าน ก็เชิญอ่าน ได้ตามสะดวกค่ะ, มันอาจจะมี “สาระ” ซ่อนอยู่ก็เป็นได้!!!,  ต้องขออภัยจ๊า ถ้าหากท่านใดรอ รีวิวเครื่องสำอาง ต้องเป็นโพสหน้าโน้นนนน ค่ะ  ***คำเตือน และขออภัย เพราะโพสนี้อาจมีคำไม่สุภาพแทรกเข้ามาบ้าง.

—————————————————————

(Part 1) เพื่อน, ความห่วงใย การรับรู้และความเข้าใจ, และ “A glass half full น้ำครึ่งแก้ว”  

โหมดชีวิต (Drama) นี้ เริ่มจากเมื่อคืนนี้ เราดั้นนนน…. กดเข้าไปดู Youtube ของทาง Samaritans ตอน “LISTEN WITH HEART | ฟังด้วยใจ” เทปตอน “เป้ อารักษ์ กับการฟังที่จะเปลี่ยนชีวิตที่เหลือของเขา”  อันนี้โดยบังเอิญ เลยกลายเป็นเรื่องเลยค่ะ. แบบมันโดน ตะเตือนใต น่ะค่ะ ทิ่มจึ๊กที่กลางใจ เลยทำให้เรานอนคิดทั้งคืน แล้วก็นอนนึกถึงเพื่อน 3 แบบ.

แบบที่ 1   =   เพื่อนสนิทผู้ชาย คนหนึ่ง, ที่เรากับแฟนเรา รู้จักมันมากันมาได้ 5 – 6 ปี เราไว้ใจมันมาก เป็นแบบเพื่อนจริงๆ ไม่มีชู้สาว, เรียกกันขึ้น กู-มึง-อี-ไอ้ คุยกันเฮฮาสนุกสนาน โคดจะนิสัยดีมาก เป็นคนซื่อสัตย์นิสัยกล้าหาญ, ทำงานเก่ง แต่เสียชีวิตโดยที่ไม่ได้ฆ่าตัวตาย และไม่ใช่อุบัติเหตุ เมื่อ พ.ย. 57 สาเหตุขอเก็บเป็นเหตุผลส่วนตัว.

แต่เรารู้สึกผิด และเสียใจมากๆ ที่เมื่อตอนที่มันโทรมาหาเรา แต่เราไม่ได้ฟังมันพูดแบบจริงจัง, มันบอกมันอยากเจอเรา… แต่เพราะเรามัวแต่คุยตลกโปกฮา ไร้สาระ, แถมยังพลาดรับสาย ไม่ได้โทรติดต่อกลับตอนมี missed call จากมัน ทำให้ทุกวันนี้ยังคิดถึงมัน ว่าทำไมเราไม่ติดต่อกลับตอนนั้น – ตอนนั้นเรามัวรีรออะไรวะคะ… ทุกวันนี้ เราก็ทำได้แค่สวดมนต์ แผ่ส่วนกุศลไปให้ เวลาทำบุญก็อุทิศให้ทุกครั้ง. 

…………………………………………..

แบบที่ 2   =   เป็นแกงค์เพื่อนสนิทสาวล้วนสมัยเรียน ปวช./มัธยมปลาย วัยใสๆ ขบเผาะ ที่คบกันมาได้ 25 – 26 ปีแล้ว. ตั้งแต่หน้าตึงไม่ต้องใช้ครีม จนตอนนี้ก็ยังสวยตึงกันอยู่ 🙂 (มั้ง)  เรียกได้ว่า สนิทกันจนเรียกชื่อบุพพการี แทนตัวประมาณนั้น, ด่า และนินทากันได้ทุกเรื่อง ถถถถ++ ในกลุ่มเราก็จะมีกันหลากหลายนิสัย ตั้งแต่ “อ่อนไหว + อินโนเซนส์ ไปจนถึง ทะลึ่ง + กักขฬะ” อย่างเจ้าของ blog นี่. 

แกงค์สาว ๆ นี่ ก็วีรกรรมเยอะ และหลากหลายกันไปตามสไตล์ของแต่ละคน

Partner in crime

นับว่าเป็นช่วงวัย ที่สนุกสนานมาก และเป็นช่วงวัยฮอร์โมนว้าวุ่น ทำตัวไม่ค่อยถูกเวลาเจอคนที่แอบชอบอะไรประมาณนั้น. อิชั้นก็มีโมเมนท์นี้เน้อ ^^ นึกถึงแล้วช่วงวัย 14 – 16 ปี สำหรับเรานี่ เป็นช่วงที่สับสนและสนุกคละเคล้ากันไป และเป็นวัยปรับตัวสู่ภาวะผู้ใหญ่เหมือนทุก ๆ ท่านที่เคยผ่านกันมา.

…………………………………………..

<<คำเตือน:- ตัวอย่างที่จะเล่าด้านล่าง แบบที่ 3 นี่ เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีนะคะ น้อง ๆ ห้ามเอาเป็นเยี่ยงอย่าง, ไม่ใช่เรื่องน่าชื่นชม, และไม่เหมาะกับผู้ที่ดูแลตัวเองไม่เป็น และ ที่สำคัญ! ควรอยู่ภายใต้สายตาของผู้ปกครอง นะก๊ะ>>

***อันนี้เป็นช่วงเวลาที่สนุกมาก ให้ความรู้สึกแบบเราไม่น่าเกิดเป็นผู้หญิงเลยอ่ะ #แมนๆครัช

แบบที่ 3   =   เป็นแกงค์เพื่อนสมัยเรียน ป.ตรี ที่มารู้จักกันตอนช่วงปี 3 ซึ่ง หนึ่งหนุ่มในแกงค์นี้ คือ แฟนเก่าของเราเอง, ในแกงค์จะมีเราเป็นผู้หญิงคนเดียว นอกนั้นเป็นผู้ชายหมด 15 – 16 คน เราไว้ใจและรู้สึกปลอดภัย เพราะเป็นเพื่อน ๆ ของแฟน, จึงเฮไหน-เฮนั่น เที่ยวไหน-เที่ยวนั่น เมาไหน-เมานั่น  แต่เราเป็นคนรักษาภาพลักษณ์ค่ะ ไม่ทำตัวไม่เหมาะสม คือ ซ่าส์ในกรอบ มีลิมิต,  แล้วในแกงค์เรา เราได้รับการยอมรับ นับถือ (และ ด่า) ในฐานะที่เป็น “สิ่งเปลืองเหล้า” มักจะโดนเชียร์ให้กินแต่กับข้าว และขนม, แต่คือมันไม่ใช่แนวเราไง.  จะเรียกว่าโชคดี หรือไม่ ก็ไม่ทราบ เพราะว่าร่างกายเราสามารถถ่ายเทแอลกอฮอล์ออกทางปัสสาวะได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งมันช่วยได้มาก. เราจะเป็นคนที่ “ชิ้งฉ่อง” เก่ง และเยอะมาก เพราะเป็นคนที่ดื่มน้ำเยอะมาแต่เด็กๆ ช่วงวัยรุ่นไร้เดียงสา เราเคย ‘นอยด์’ อยู่เหมือนกัน ว่า รึเราจะเป็นโรคไต ไตทำงานหนัก ไตเสื่อมหรือ ไตไม่ดี? เด็กหนอเด็ก….

คุณครูสมัยประถมฯ สอนให้ดื่มน้ำอย่างน้อย วันละ 6 – 8 แก้ว, แต่ เจ้ IBM. คนนี้ สามารถดื่มน้ำขวด 1.5 ลิตรแบบขวดใหญ่ที่ขายตามห้างฯ ได้ถึงวันละ 5-6 ขวด แบบชิลด์ๆ,  ขนาด ช้างยังต้องอายเรา.

นอกเรื่องแป๊บ ขอท้าวความยาวไปถึงอดีต  🙂  สมัยเราตอนเด็ก, ในซอยบ้านนี่ เด็กผู้ชายล้วน ๆ มีเด็กผู้หญิงอยู่ 2 คน ที่แลจะทะโมน เล่นกระโดดถีบ กระโดดเตะ วิ่งไล่จับแบบเด็กผู้ชาย สไตล์ไอ้มดเอ็กซ์ หรือไม่ก็ ตำรวจอวกาศเกียบัน ถ้าเป็นมนุษย์ไฟฟ้าที่เป็นสีๆ ดิชั้นจะต้องเป็นตัว “สีแดง” เท่านั้นนะคะ เพราะต้องเป็นหัวหน้าใหญ่ (ไร้สาระจริง ๆ), ทอยตุ๊กตุ่น, เล่นหุ่นยนต์กัน,  จิ้งจก และหนอนแก้วโยนใส่กัน

ตอนที่น้ำท่วม กทม. เมื่อสมัยเด็ก ๆ เค้าจะสร้างสะพานทางเดินในซอยให้เป็นทางยาวตลอด ตรงไหนที่น้ำไม่ท่วม เราก็เดินลุยไปขุดดินวิ่งหาจับไส้เดือนตัวอวบอ้วน มาโยนใส่เด็ก ๆ ผู้ชายบางคนที่กลัว, เราก็เล่นช้อนปลา, เล่นกระโดดถีบ (Sky kick) ตกสะพาน จนน้ำตกท่าเปียกกัน  จนบรรดาแม่ๆ ของเด็กผู้ชายแถวบ้านบางคน มาฟ้องแม่เรา และห้ามลูกเค้าไม่ให้มาเล่นกับเรา หุๆๆๆ.  แต่ ณ ปัจจุบันนี้ จะสวดมนต์เผื่อแผ่ส่วนกุศลไปให้สัตว์เหล่านั้นตลอด T_T

*** วีรกรรมอีกอย่างนึง คือ ตอน ป.5 เราไปต่อยเพื่อนผู้ชาย  ปากแตกร้องไห้ในห้องเรียนจนโดนครูตี ทั้งคู่. แต่ถ้าเป็นตอนนี้ เราคงโดนเพื่อนคนนั้นสอยอัปเปอร์คัตน๊อคไปแล้ว ~~~เพราะตอนนี้ เราก็แค่ผู้หญิงอ่อนแอ ๆ คนนึงที่นั่งเย็บปักถักร้อย + จัดดอกไม้ + เตรียมอาหารใส่ขันโตก…. ฤาจะเอาแรงที่ไหนไปสู้… (พูดไป พับผ้าไป)

กลับเข้าเรื่อง…..เราเคยพาทั้งแกงค์ไปเที่ยวบ้านเรา ซึ่งเป็นวันสอบเสร็จช่วงกลางภาคเรียนตอนอยู่ปี 4  ไปนั่งฉลองกันที่บ้านเลย พาทั้งแกงค์ ไปไหว้แม่เรา ให้แม่เห็นว่ากลุ่มเพื่อนผู้ชายพวกนี้ ไว้ใจได้ ปลอดภัย ไม่มีเรื่องเสียหาย.  

เคย “แข่งท้าดวลกัน โดยใช้ศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง และ ลูกผู้ชายเป็นเดิมพัน = โดยการ  “ดวดเหล้าเพียว ๆ On The Rock” กับพวกผู้ชายในแกงค์ เรานี่นั่งตาใส หัวเราะร่าเริง รินหาย ๆ คุยเรื่องปัญญาอ่อน ไร้สาระ กับเพื่อนๆ ที่ยังไม่สลบอีก 4 – 5 คน ยันพระอาทิตย์ขึ้น อย่างสนุกสนาน แถมต้องมาคอย ลูบหลังไอ้พวกที่สำรอกอาหารเก่า และเหล้าออกมาอีก บางคนทำเนียนแพ้แล้ว ชิ่ง ขอตัวหนีกลับบ้านไปเองก่อน,  พอพวกที่สลบฟื้นคืนชีพ ตอนสาย ๆ ก็ขับรถกลับบ้านใครบ้านมัน หรือขึ้นแท็กซี่กลับกันเอง.

สรุปผล:-  ดิชั้น สามารถกอบกู้ศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงแกร่ง ให้โลกได้รับรู้แล้วค่ะ 🙂

*** จำไว้นะคะ เมาไม่ขับ ดื่มอย่างมีสติ”  รึไม่ก็กลับเช้า อิอิ แต่ต้องผ่านความเห็นชอบจากผู้ปกครองก่อนนะจ๊ะ.

  • แม่เราตื่นมาใส่บาตรตอนเช้า เห็นลูกสาวนั่งห้าว ๆ ถึก และบึกบึน หล่อนก็คงปลงแล้วหมดห่วงว่า นี่แม่มีลูกสาว หรือลูกชายกันแน่วะคะ,  เพราะเรานั่งฉลองกันยันเช้า เกินกว่าครึ่งในแกงค์ คอพับหลับคาวง.  เราชอบพาเพื่อน ๆ ในแกงค์มาบ้าน เพราะเราต้องการให้แม่รู้สึกไว้ใจ และปลอดภัย และลูกสาวคนนี้ ไม่ทำเรื่องเสียหาย ^^ ถ้าจะไปเที่ยวไหนจะบอก และขออนุญาตก่อนเสมอ.

ในวันสุดท้าย ของการสอบปลายภาคเรียนที่ 2 ของปี 4  เสร็จสิ้น  — พวกเราก็ฉลองข้าวเย็น กับนั่งเมาท์ร่วมกัน ณ โรงอาหารที่มหาวิทยาลัย,  แล้วมีคนนึง บรรเจิดไอเดีย ว่า ไป “เฮ้ย…ไปภูเก็ต” กัน  ทุกคนเงียบ..อึ้ง..ไปพักนึง เพราะเวลาไปไหนไกลสุดก็แค่ กรุงเทพ – หัวหิน เพราะขับรถแค่ 2 – 3 ชั่วโมง แล้วเพื่อนยังมีบ้านที่ชะอำ กับหัวหิน.  ไม่ทันไร พอกินอาหารเย็นกันเสร็จ เหลือกตามองกันไปมา แล้วเด้งตัวจากโต๊ะอาหาร มุ่งไปที่รถกันทันที.

รู้ตัวอีกที โน่น….ทั้งแกงค์ก็นั่งพักรถ และอาหารทานข้าวกะเพราไข่ดาว กันที่หัวหินประมาณ 21-22:00 น. พักแข้งขา นั่งโม้กันแป๊บ, ก็บึ่งรถมาให้ทันพระอาทิตย์ขึ้นที่ “ภูเก็ต” และนั่น ก็เป็นการมา “ภูเก็ต” ครั้งแรกในชีวิตของเรา เมื่อ 21 ปีก่อน มาถึงกันตอนตี 4 กว่า ๆ ทันพระอาทิตย์ขึ้นที่จุดชมวิว 3 หาดพอดี 🙂 

…………………………………………..

Update @ November 5, 2015  ลืมเล่า

แบบที่ 4  เพื่อนสมัยเรียน ป.โท

อันนี้ บอกตรง ๆ ว่าไม่ค่อยสนิทมากนัก เพราะเรียนภาคพิเศษเฉพาะ เสาร์-อาทิตย์ แล้วตอนนั้นเราอายุ 25 ขวบ,  แต่เพื่อน ๆ ส่วนอายุ 35 – 55 ปี ที่ส่วนใหญ่ทำงานราชการ เป็นตำรวจ เป็นทหาร เป็นคุณครู เป็น อบต. — จะมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับเราอยู่แค่ 4-5 คน 

ไม่ค่อยมีอะไรมาก ไปเรียนเสร็จก็กลับ พอจะสังสรรค์กันเค้าก็ไปแนว คาราโอเกะ  (“_”) อุ๊ต๊ะ…บอกตรง ๆ ว่าไม่ใช่แนวเราเลยอ่ะ ถถถถถถถ+ ก็เลยห่าง ๆ แล้วเค้าจะออกแนวผู้ใหญ่ ๆ กัน.

จบข่าวชาวบ้านแต่เพียงเท่านี้ 🙂

*พิมพ์ผิด ตก ยกเว้น เพราะเค้าง่วงนอน ไว้เดี๋ยวค่อยมาเช็ค

………………………………………………………..

แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับ A glass half full ล่ะ

เราขออนุญาตไปต่อ (Part 2) ที่โพสใหม่นะคะ โพสนี้ มันชักจะยาวเกินไป.

ไม่รู้จะมีใครอ่านรึปล่าว แต่เราก็สุขใจที่ได้เล่า (พิมพ์) ^^