สวัสดีปีใหม่ 2559 = Happy New Year 2016

มาสวัสดีปีใหม่ค่ะ, ขอให้ทุกท่านมีความสุขสมหวัง, เจริญรุ่งเรืองร่ำรวย คิดทำสิ่งใดขอให้ประสบความสำเร็จสมดังปราถนาทุกสิ่งอย่าง, พบเจอแต่สิ่งดีดี พบเจอแต่กัลยาณมิตร พบเจอแต่แสงสว่างนำทางชีวิตให้นำพาไปสู่สิ่งที่ดีดี เจริญรุ่งเรือง, ไม่เจ็บ, ไม่จน, ไม่มีความยากลำบาก, ไม่มีอุปสรรค ขอให้ทุกท่าน, สวย!, หล่อ!, รวย!, ปัง!, Love, Licca, Licca Chan, Neo Licca Chan, Rika-Chan, Happy New Year, สวัสดีปีใหม่ 2559, 2016, Doll Lover, ตุ๊กตาลิกกะจัง, ตุ๊กตา Licca, Licca Doll


 

มาสวัสดีปีใหม่ค่ะ :-)

ขอให้ทุก ๆ ท่านมีความสุข สมหวัง มีความสุขมาก ๆ  เจริญรุ่งเรืองร่ำรวย
คิดทำสิ่งใดก็ขอให้ประสบความสำเร็จสมดังปราถนาทุกสิ่งอย่าง…
ขอให้พบเจอแต่สิ่งดี ๆ พบเจอแต่กัลยาณมิตร, พบเจอแต่แสงสว่างนำทางชีวิตให้นำพาไปสู่สิ่งที่ดี ๆ มีแต่คนรัก มีแต่คนเมตตาอุปถัมถ์ค้ำจุนกันนะคะ

ขอให้โชคดีตลอดปี พ.ศ.2559 นี้ และตลอดไปในทุก ๆ ปี

  • ไม่เจ็บ
  • ไม่จน
  • ไม่มีความยากลำบาก
  • ไม่มีอุปสรรค

ขอให้ทุกท่าน สวย! หล่อ! รวย! ปัง! กันถ้วนทั่วนะคะ  Love Love :-)

อวยพร กันสุด ๆ ไปเลย ^^

ไว้เคลียร์งานเสร็จ จะมารีวิวต่อ ช่วงนี้ยุ่งมาก ๆ ค่ะ เค้าขอตัวไปดื่มกาแฟก่อนนะ บาย…

มาสวัสดีปีใหม่ค่ะ, ขอให้ทุกท่านมีความสุขสมหวัง, เจริญรุ่งเรืองร่ำรวย คิดทำสิ่งใดขอให้ประสบความสำเร็จสมดังปราถนาทุกสิ่งอย่าง, พบเจอแต่สิ่งดีดี พบเจอแต่กัลยาณมิตร พบเจอแต่แสงสว่างนำทางชีวิตให้นำพาไปสู่สิ่งที่ดีดี เจริญรุ่งเรือง, ไม่เจ็บ, ไม่จน, ไม่มีความยากลำบาก, ไม่มีอุปสรรค ขอให้ทุกท่าน, สวย!, หล่อ!, รวย!, ปัง!, Love, Licca, Licca Chan, Neo Licca Chan, Rika-Chan, Happy New Year, สวัสดีปีใหม่ 2559, 2016, Doll Lover, ตุ๊กตาลิกกะจัง, ตุ๊กตา Licca, Licca Doll

 

งานหลวงไม่ให้ขาด งานราษฎร์ก็อยากทำ

ณ บัดนาวก็เป็นเวลาที่จะก้าวเข้าสู่เช้าวันจันทร์อันสดใส.  ทุกท่านทราบกันดีว่า “วันจันทร์” เป็นวันที่โหดร้ายที่สุดในสัปดาห์ :-)

เรายังนั่งทำงานอยู่เลยจ๊ะ แต่ไม่ค่อยจะมีสมาธิเท่าไหร่แล้วล่ะ

เพราะนึกมุกได้ว่า เราน่าจะรีวิวอะไรที่มันเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นตัวช่วยในการบำรุงสุขภาพร่างกายสำหรับคนนอนดึก, คนทำงานหนักใช้สมองเยอะ เครียดเยอะ, นอนน้อย และนอนไม่เป็นเวลา.  เรา และคนใกล้ตัวเป็นคนทานวิตามินมา 10 กว่าปีแล้วค่ะ เพราะเป็นพวกเราใช้ร่างกายหนักทั้งเที่ยว ทั้งดื่ม ทั้งทำงาน, โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนใกล้เรา เค้าเป็นคนสูบบุหรี่จัด เค้าทานวิตามินมาตลอด.  เอาไว้เดี๋ยวค่อยมาลงรายละเอียดกันในตอนที่เราว่ามาทำโพสรีวิววิตามินอีกทีแล้วกันเนอะ.

update รูป@ Oct 21, 20153 รูปด้านล่างนี้ ขอทำภาพเบลอๆ ไว้ก่อนให้เดาเล่น ^^ ใครที่ทานประจำก็คงจะทราบ พวกนี้เป็นรูปเก่า ๆ ที่เคยถ่ายไว้ อาหารเสริม/วิตามินบางตัว ก็ทานต่อเนื่องเป็นประจำ, บางตัวก็นาน ๆ กว่าจะหยิบขึ้นมาทานสักทีในเวลาที่รู้สึกว่าร่างกายต้องการ, บางตัวก็แค่ทดลองครั้งเดียวก็เลิกค่ะ.

*** หมายเหตุ:- ไม่ได้ทานทุกตัวพร้อมกันหมด เน้อ, ไม่งั้นแทนที่จะใช้เพื่อบำรุงสุขภาพ ดันกลับกลายเป็นบั่นทอนสุขภาพไปเพิ่มภาระให้ตับ ไต.

ควรพยายามทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และหมั่นออกกำลังกาย

อาหารเสริม, วิตามิน, ดูแลสุขภาพ, ดูแลผิวพรรณ, Vitamin, Supplement, Blackmores, DHC, DHC vitamins, Fancl vitamins, Fancl, Meiji, Meiji Collagen, Meiji vitamin, รีวิวอาหารเสริม, รีวิววิตามิน, รีวิวอาหารเสิรมบำรุงร่างกาย, รีวิวอาหารเสริมบำรุงสุขภาพ, รีวิวอาหารเสริมบำรุงผิวพรรณ, รีวิวอาหารเสริมบำรุงสมอง, ทานวิตามินเพื่อบำรุงร่างกาย, รีวิวคอลลาเจน, รีวิววิตามินบำรุงผิว, รีวิวอาหารเสริม, รีวิววิตามิน

 

อาหารเสริม, วิตามิน, ดูแลสุขภาพ, ดูแลผิวพรรณ, Vitamin, Supplement, Blackmores, DHC, DHC vitamins, Fancl vitamins, Fancl, Meiji, Meiji Collagen, Meiji vitamin, รีวิวอาหารเสริม, รีวิววิตามิน, รีวิวอาหารเสิรมบำรุงร่างกาย, รีวิวอาหารเสริมบำรุงสุขภาพ, รีวิวอาหารเสริมบำรุงผิวพรรณ, รีวิวอาหารเสริมบำรุงสมอง, ทานวิตามินเพื่อบำรุงร่างกาย, รีวิวคอลลาเจน, รีวิววิตามินบำรุงผิว, รีวิวอาหารเสริม, รีวิววิตามิน

 

อาหารเสริม, วิตามิน, ดูแลสุขภาพ, ดูแลผิวพรรณ, Vitamin, Supplement, Blackmores, DHC, DHC vitamins, Fancl vitamins, Fancl, Meiji, Meiji Collagen, Meiji vitamin, รีวิวอาหารเสริม, รีวิววิตามิน, รีวิวอาหารเสิรมบำรุงร่างกาย, รีวิวอาหารเสริมบำรุงสุขภาพ, รีวิวอาหารเสริมบำรุงผิวพรรณ, รีวิวอาหารเสริมบำรุงสมอง, ทานวิตามินเพื่อบำรุงร่างกาย, รีวิวคอลลาเจน, รีวิววิตามินบำรุงผิว, รีวิวอาหารเสริม, รีวิววิตามิน


#ไว้ว่างๆ จากงานหลวง จะมาทำงานราษฎร์

ขอคนแก่เล่าเรื่องอดีตหน่อยนะคะ อยากโม้…

นี่เรายังถือว่าโชคดีหน่อยนึงที่ตอนนี้ทำงานส่วนตัวที่บ้าน นั่งทำดึกดื่นแค่ไหนก็ได้ ตื่นกี่โมงก็ได้, ทำงานที่ไหนก็ได้แค่มีโน๊ตบุ๊ค 1 เครื่อง  คือ ถึงแม้จะเป็นงาน routine แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องตื่นออกจากบ้านแต่เช้าเหมือนแบบเมื่อสมัยเป็นนักเรียน มัธยมต้น – ปวช. ที่เราต้องตื่นนอนตอนตี 4 ครึ่ง แล้วต้องรีบออกจากบ้านไปขึ้นรถเมล์ตอนตี 5 ครึ่ง…เป็นคนชอบไปถึงเช้า ๆ จะได้นั่งพัก นั่งโม้ด้วย  ตอนนั้นรถมันติดมากมายมานานแล้วนะ แถมรถเมล์นี่ แน่นเอียด  กว่าจะถึงโรงเรียนก็โน่น 7 – 7.30 น.

แล้วพอมาสมัย ปวช. 3  มีช่วงที่เค้าสร้างสะพานข้ามแยกท่าพระ (เราเป็นเด็กฝั่งธนฯ ค่ะ) ช่วงนั้นเราจะถึงโรงเรียนประมาณ 8-9 โมงเช้า ขนาดออกจากบ้าน ตี 5 ครึ่งนะ

วันเวลาผ่านไป ไวเหมือนโกหก ข้ามฉากมาที่ตอนเรียนจบ ป.ตรี แล้ว <<กรุณา จินตนาการว่ามี เสียงเพลงบรรเลงแบบจักรๆ วงศ์ๆ แนวโศกเศร้าเคล้าน้ำตา เริ่มดังก้องในโสตประสาท>>

มาฉากที่เป็นตอนทำงานที่แรก ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่เค้ากำลังสร้างทางรถไฟฟ้า BTS แถวสาทร – สีลม  กำลังลงทั้งเสา + รางรถไฟกันเลย ยิ่งพูดนี่ยิ่งรู้ว่าเราแก่ ^^ ตอนนั้นทำงานเป็นเลขาฯ ให้บริษัทผลิตอะไหล่รถจักรยาน และมอร์เตอร์ไซค์ที่ส่งออกให้กับญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง …โอย ตอนนั้นยิ่งหนักใหญ่นึกถึงแล้ว เค้านี่น้ำตาเกือบไหล (เอ๊ะ ช่วงนี้จิตใจเค้าบอบบาง ถถถถถถ+) เพราะต้องไปทำงานที่ออฟฟิศใหญ่แถวสาทร เยื้องไปทาง ถ.นราธิวาสฯ ช่วง ซอย 4-6

เรานี่ ต้องตื่นตี 4 แถมออกจากบ้านตี 5 กว่าๆ แต่ไปถึงที่ทำงาน 9.30 น. เกือบจะทุกวัน.  ดีว่าเจ้านายใหญ่ เข้าใจสถานการณ์ สาธุ ๆ ขอบคุณมากครับ.

พอลงรถเมล์มาก็ต้องมาขึ้นวินมอเตอร์ไซค์ ช่วง ฝั่งตรงข้ามตึก Thai C.C. Tower มาส่งตรง แถว ซ.นราธิวาส 4 – 6… พี่วินฯ แต่ละท่าน แต่ละสี ที่ผ่านมาจะเรียกค่าบริการไม่เท่ากัน

เป็นช่วงเวลาที่เราได้ฝึกเทคนิคการค้า การเจราจาต่อรองราคา ใช้เทคนิคหลอกล่อต่าง ๆ นา ๆ ให้ได้ค่าวินที่เหมาะสม และ win-win ด้วยกันทั้งสองฝ่าย บางวันเราโดนเรียก 80 บาท ดิฉันไม่ยอมค่ะเสียดุลเกินไป ….ต้องมีการเจรจาต้าอ่วย กันหน่อยล่ะค่ะ  ซึ่งราคาในทุก ๆ วันตอนเช้า ก็โดนไป 50 – 60 บาท ราคาแรงอ่ะ. (สมัย 18-19 ปีมาแล้วนะน่ะ เพราะดีมานด์เยอะ), ตอนเย็นนี่ดีหน่อย ว่าสวรรค์ทรงโปรดได้อาศัยแปะรถ ผจก. มาลงหน้าตึกไทย ซีซี แล้วก็ขึ้นรถเมล์ข้ามกลับมายังฝั่งธนฯ อย่างสนุกสนาน

ขอจบดื้อ ๆ แค่นี้นะคะ เพราะ ตี 3 แล้ว, ราตรีสวัสดิ์จ๊า

#ยังไม่ได้มารีวิว

#แค่มาโม้


อย่างไรก็ตาม “สภาพผิว, ฮอร์โมน, และ รูปแบบการใช้ชีวิต” ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อ่านรีวิว ที่ไหน ๆ ก็ใช้วิจารณญาณส่วนตัวตัดสินเอาล่ะกันนะคะ

Disclaimer:  The products I reviewed/previewed on this blog are purchased by my own money.

***ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น ที่นำมารีวิวในบล็อก i am beauty monster เราซื้อเองทุกชิ้นค่ะ เพื่อการรีวิวแบบตรงไปตรงมา.

รีวิว SK-II Essential Power ทั้ง Cream และ Essence (old version)

จะเขียนรีวิวที่ค้างเป็นแรมปี(มาหลายครั้งแล้ว) อย่าง SK-II Essential Power ทั้ง Cream และ Essence ซึ่งตอนนี้เค้าอัพเกรด พัฒนามาเป็น SK-II R.N.A Power Racial New Age ไปแล้ว

หวังว่าคงไม่เชยเกินไป และ อาจเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจได้บ้าง ไม่มากก็น้อยค่ะ  เข้าสู่การรีวิวตัว Essential Power Cream และ ตัว Essence กันเลย


:::: SK-II Essential Power Cream ::::

*กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน และท่านผู้อ่านสามารถไปทดลองที่เคาน์เตอร์ได้ด้วยตัวท่านเอง, เพื่อประกอบการตัดสินใจ นะคะ*
รีวิว SK-II Essential Power Cream, รีวิว SK-II Essential Power Serum, รีวิว SK-II, รีวิวเครื่องสำอางราคาประหยัดจากร้านขายยา Drugstore, iambeautymonster, i am beauty monster, IBM, IBM Blog, รีวิวมาส์ค SK-II, SK-II mask review, SK-II Essential Power Rich Cream Review, รีวิว SK-II Essential Power Rich Cream, รีวิว SK-II Skin Signature 3D Redefining Mask, SK-II Skin Signature 3D Redefining Mask Review, Preview SK-II Skin Signature 3D Redefining Mask, Preview SK-II skincare
……………………….

รีวิว SK-II Essential Power Cream, รีวิว SK-II Essential Power Serum, รีวิว SK-II, รีวิวเครื่องสำอางราคาประหยัดจากร้านขายยา Drugstore, iambeautymonster, i am beauty monster, IBM, IBM Blog, รีวิวมาส์ค SK-II, SK-II mask review, SK-II Essential Power Rich Cream Review, รีวิว SK-II Essential Power Rich Cream, รีวิว SK-II Skin Signature 3D Redefining Mask, SK-II Skin Signature 3D Redefining Mask Review, Preview SK-II Skin Signature 3D Redefining Mask, Preview SK-II skincare

 ดีนะ ว่าไม่ลืมถ่ายรูปเนื้อครีมไว้

………………………

SK-II Essential Power Cream และ Essence เหมาะสำหรับผู้ที่มีความกังวลในเรื่องริ้วรอยแห่งวัย และ สำหรับคนที่ผิวแห้งมาก ๆ ไปจนถึงผิวธรรมดา,  ใครที่มี ผิวผสมค่อนข้างมัน – ผิวมัน ก็ใช้ได้แต่ต้องทาในปริมาณที่น้อย แบบจิ้ม ๆ แตะ ๆ หรือ ทาเฉพาะจุดที่กังวลจะเหมาะกว่า ค่ะ. 


สภาพผิวเจ้าของบล็อก    :    ผิวผสม (ไม่แห้ง – ไม่มัน)

เนื้อสัมผัส   =   เนื้อครีมออกสีเหลืองนวลอ่อน ๆ เนื้อครีมค่อนข้างเหลว แต่ไม่ไหลย้อย, ให้ความรู้สึกแบบชุ่มชื้น แนวดิวอี้ Dewy

กลิ่น   =   ไม่เหม็นนะ แต่จำไม่ได้แล้วว่ากลิ่นยังไงค่ะ

ความชุ่มชื้น  และ ความมันของเนื้อครีม   =   มีความชุ่มชื้นมากกกก และมีความมันมากกก ในแบบที่เหมือนกับไม่ซึมลงผิวเท่าที่ควร.

หากท่านใดเคยอ่านบล็อกเรามาก่อน จะทราบดีว่า “เราเป็นคนชอบทำหน้ามัน ๆ, ในบางสถานการณ์เราชอบครีมที่ให้ความชุ่มชื้นสูง”  แต่ขอแค่ว่าต้องเป็นครีมที่ “ให้ความรู้สึกสบายผิว” ด้วย ตื่นนอนขึ้นมาแล้ว สามารถเห็นผิวหน้าสดใสขึ้นจากกระจกได้จริง ๆ.

สำหรับผิวหน้าเรา  เจ้าตัว Essential Power Cream ตัวนี้ ค่อนข้างหนักหน้ามากค่ะ  — โดยส่วนตัว ถ้าทาครีมตัวนี้แล้ว คืนนั้นสมควรต้องเปิดแอร์นอน ไม่งั้นเยิ้ม ซึ่งเมื่อได้คิดคำนวณถึง บิลค่าไฟแล้ว เราของผ่านตัวนี้แล้วกัน,  ปกติเป็นคนชอบนอนพัดลม บางครั้ง “ปิด” พัดลมนอนด้วยซ้ำนะ,  เพราะชอบให้ร่างกายเผาผลาญ  เหงื่อแตกดี  (หุๆๆๆ ..ไม่ได้เกี่ยวอะไรกันกับการรีวิว เล้ย)

ครีมบางแบรนด์/รุ่น — ที่มีความมันมาก มีความชุ่มชื้นสูง แต่พอทาแล้วเรารู้สึกสบายผิว ไม่หนักหน้า และให้ความรู้สึกเหมือนมีน้ำหล่อเลี้ยงผิว —  เราก็นอนแบบพัดลมนะ (ไม่ชอบนอนห้องแอร์)  บางครั้ง ไม่เปิดพัดลมด้วยซ้ำนะคะ หลังจากตื่นนอนมา ผิวหน้าก็ไม่ได้มันเยิ้ม หมอนก็ไม่มีคราบมัน …แต่ผิวดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เวลาส่องกระจกตอนเช้า.

แต่สำหรับ  SK-II Essential Power Cream เราเฉยมากเลย (ไม่ทราบเหมือนกันว่า รุ่นใหม่  R.N.A. POWER Radical New Age Cream จะพัฒนาไปอย่างไร ยังไม่ได้มีโอกาสไปเคาน์เตอร์เลยจ๊ะ)

ความพึงพอใจ   =   คิดว่าไม่มีเลยค่ะ ลองใช้มา 4 สัปดาห์ ไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง ก็หยุดเลย.

สรุป   =   4.5  คะแนน

ซื้อต่อหรือไม่ Repurchase?   =    ไม่เอาแล้วค่ะ No

…………………………….

ใครใช้ดี ใช้แล้วชอบเรายินดีด้วย

…………………………….

:::: SK-II Essential Power Essence ::::

ขออภัย ใช้รูปเก่าค่ะ 

เรานึกว่าเคยถ่ายรูป ตัวเนื้อ Essence เอาไว้แล้ว,

ดันใช้หมดไปนานแล้วด้วย เลยไม่มีรูปเนื้อเอสเซนส์มาโชว์จ๊ะ.

ครีมบำรุงผิวใช้ดี, รีวิวครีมบำรุงผิว, รีวิวครีมยกกระชับ, รีวิวครีมหน้าขาว, รีวิวเครื่องสำอาง, รีวิว, Clarins, Estee Lauder, Clinique, SKII, รีวิว SK II, รีวิว Shiseido, รีวิว Kose, รีวิว Kanebo, รีวิว Lamer, รีวิว Estee Lauder, รีวิว NARS, รีวิว Elemis, รีวิว Bobbi Brown, รีวิว Urban Decay, รีวิว Chanel, รีวิว CD, รีวิว Cristian Dior, รีวิว Lunasol, รีวิว Impress, รีวิว Too Faced, รีวิว Lancome, รีวิว Guerlain, รีวิว Givenchy, รีวิว Sisley, รีวิว Shu Uemura, รีวิว Impress, i am beauty monster, Beauty Blogger, Beauty Blog, Blogger, WordPress, iambeautymonster, iambeautymonster blog, review by i am beauty monster, รีวิว SK-II Essential Power Cream, รีวิว SK-II Essential Power Serum, รีวิว SK-II, รีวิวเครื่องสำอางราคาประหยัดจากร้านขายยา Drugstore, iambeautymonster, i am beauty monster, IBM, IBM Blog, รีวิวมาส์ค SK-II, SK-II mask review, SK-II Essential Power Rich Cream Review, รีวิว SK-II Essential Power Rich Cream, รีวิว SK-II Skin Signature 3D Redefining Mask, SK-II Skin Signature 3D Redefining Mask Review, Preview SK-II Skin Signature 3D Redefining Mask, Preview SK-II skincare

………………….

เนื้อสัมผัส   =   เนื้อเอสเซนส์ จะออกสีขาวขาวขุ่นเล็กน้อย, เมื่อทาลงบนผิวหน้าแล้วจะให้ความรู้สึกเหมือน กำมะหยี่ เหมือนมีอะไรมาเคลือบผิวหน้า, ให้อารมณ์แนวซิลิโคนมาก ๆ แต่ไม่อุดตันผิวเรานะคะ  ทาแล้วผิวหน้าออกแนวชุ่มชื้นแบบดิวอี้ ๆ (Dewy)

กลิ่น   =    ไม่เหม็นค่ะ จำกลิ่นไม่ค่อยได้แล้ว

ความชุ่มชื้น  ความมันของ Essence  =   ให้ความชุ่มชื้นค่อนข้างดี ค่ะ ดิวอี้ชุ่มชื้นมาก, แต่ไม่มีความมัน มากเท่ากับในแบบรุ่นครีม.  แบบ cream นี่ อย่างเยิ้ม.

ความพึงพอใจ   =   ตัวนี้ เราก็ค่อนข้างชอบนะ เพราะหลังทาจะให้ความรู้สึกว่า ผิวดีขึ้นมาทันที ทาแล้วไม่รู้สึกหนักหน้า (สำหรับเรา) รู้สึกสบายผิวหน้า  ถึงแม้จะเหนอะหนะบ้างช่วงที่ต้องรอให้เนื้อเอสเซนส์ซึมลงผิว สักพัก, แต่พอล้างหน้าแล้วก็งั้น ๆ ใช้จนหมดขวดขนาด 30 ml. ถึงขนาดคว่ำขวดใช้กันจนหยดสุดท้ายเลยทีเดียว.

สรุป   =   6  คะแนน  เพราะไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงสำหรับผิวหน้าเรา แค่ให้ความรู้สึกดีเวลาที่ทาเท่านั้น.

ซื้อต่อหรือไม่ Repurchase?   =   อาจจะ maybe เพราะใจก็อยากลองตัวใหม่ SK-II R.N.A. POWER Radical New Age Essence ว่าเป็นยังไง

………………….

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ เจอกันโพสหน้า :-)

………………….

อย่างไรก็ตาม “สภาพผิว, ฮอร์โมน, และ รูปแบบการใช้ชีวิต” ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อ่านรีวิว ที่ไหน ๆ ก็ใช้วิจารณญาณส่วนตัวตัดสินเอาล่ะกันนะคะ

Disclaimer:  The products I reviewed/previewed on this blog are purchased by my own money.

รีวิว ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอาง และโฟมล้างหน้าราคาประหยัด

สวัสดีจ๊า! ฝนตกอากาศเย็น ๆ ง่วงนอนมากกกกก  นี่เดินลากเสียงยาว ๆ มาตั้งแต่หัวซอย :-)

นี่ช่วงพักเบรก พักสายตาจากการทำงานเครียด ๆ นี่ยังเหลืองานอีกเยอะที่ต้องเร่งให้เสร็จ..แต่ขึ้เกียจจุง,  รู้สึกช่วงนี้สมองที่มีรอยหยักน้อย ๆ นี่ก็ทึบมาก มาคุเหมือนท้องฟ้าอันมืดมัวไปด้วยเมฆฝน ณ ภูเก็ต มาตั้งแต่วันที่ 26 กย. (วันนี้ก็ 29 แล้ว) พายุเข้าค่ะ อากาศแบบครึ้มมืด ไม่มีแดดเลย ฝนตกทั้งวันทั้งคืน …หนาวเย็นแบบเนี้ยเรา”แพ้ทาง” ทำให้ง่วงนอนมาก,,, แต่ถ้า ช่วงอากาศร้อน ๆ แดดแรง ๆ นี่ โอ้โห! เรานี่คว้าจอบ คว้าเสียมไปขุดปลูกต้นไม้ กวาดเศษกิ่งไม้ ใบไม้แห้งในสวน ดูดฝุ่นถูพื้น

~~ ตื่นตัวแบบขยัน ขั้นเทพ นั่งจ้วงหน้าคอมฯ ทำงานกันได้ทั้งวันอีก.

ในเมื่อขี้เกียจใช้สมองทำงาน เราขอแว่บ มารีวิวแป๊บนึงเนอะ…พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส” รีวิวความงามแก้เครียดกันดีกว่า นี่เราถ่ายรูปไว้ 2 สัปดาห์ก่อนแล้วแหล่ะ แต่งานยุ่งมากค่ะ เลยไม่ได้อัพเดทบล็อกรีวิวเลย มัวแต่ไปโหมดชีวิต Drama อยู่ 2-3 โพส.  เอาหน่ะ นี่หนูก็คนนะ ต้องมีอ่อนไหวมาม่าบ้าง.

เสียเวลาสนุกสนานเฮฮา ^^ หมดเบยยยยย

เราค่อนข้างมั่นใจว่าผู้อ่านรู้จักผลิตภัณฑ์ในรูปนี่ กันพอสมควร, และหาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป บางทีก็เอามาลดราคากันบ่อย ๆ


 

จำราคาแต่ละตัวไม่ได้นะคะ ต้องขออภัยจริง ๆ ซื้อมานานมากแล้วค่ะ

แต่สอยมาตอน sale ลดจากราคาปกติทั้งนั้น.

รีวิวน้ำมันล้างเครื่องสำอาง, รีวิว คลีนซิ่งออยล์, รีวิว Cleansing Oil, รีวิว โฟมล้างหน้า, รีวิว Facial Foam, BSC Honei V Facial Foam Review, รีวิว BSC Honei V Facial Foam, รีวิว Kose Softymo Collagen Cleansing Foam, Kose Softymo Collagen Cleansing Foam Review, Drugstore beauty products review, รีวิวเครื่องสำอางจากร้านขายยา, รีวิวเครื่องสำอางราคาประหยัด, รีวิวเครื่องสำอางจาก Drugstore, ZA Smooth Cleansing Oil Review, รีวิว ZA Smooth Cleansing Oil, รีวิว Aqua Cleansing Oil, Aqua Cleansing Oil Review, Japanese Cosmetics Review, รีวิวเครื่องสำอางราคาถูกแบรนด์ญี่ปุ่น, รีวิวน้ำมันล้างเครื่องสำอาง, รีวิว Cleansing Oil ราคาประหยัด, รีวิว MKB Aqua Cleansing Oil, รีวิว ZA Smooth Cleansing Oil, รีวิวน้ำมันล้างเครื่องสำอางจากร้านขายยา, Drugstore Cleansing Oil Review, Drugstore product review, รีวิวโฟมล้างหน้าราคาประหยัด, รีวิวโฟมล้างหน้าสำหรับผิวมัน, รีวิวโฟมล้างหน้าพร้อมขจัดคราบเครื่องสำอาง, รีวิว Kose Softymo Collagen Cleansing Foam, รีวิว Kose, รีวิว ZA, รีวิว BSC, รีวิว MKB, รีวิวสกินแคร์, รีวิวผลิตภัณฑ์ล้างหน้า

…………………………………………………………..

สภาพผิวเจ้าของบล็อก  :   ผิวผสม (ไม่แห้ง + ไม่มัน)

…………………………………………………………..

เร่ิมกันจากขวดสีชมพูซ้ายมือ  ZA Smooth Cleansing Oil   ซึ่งเป็นน้ำมันล้างหน้าชนิดที่เราสามารถจะใช้แบบเวลามือ หรือผิวหน้าเปียกน้ำก็ได้, มีส่วนผสมของวิตามิน E  และ นำ้มันธรรมชาติ จะเหมาะกับคนที่ไม่ค่อยชอบน้ำมันที่ให้ความรู้สึกหนักหน้า หรือเหนอะหนะหน้าเกินไป แต่ตัวน้ำมันจะมีความหนาแน่นสูงเพื่อประสิทธิภาพในการจัดคราบเครื่องสำอาง เวลาที่เอามือนวดล้างเครื่องสำอางให้หลุดออกจากผิวหน้า ก่อนที่จะล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น หรือน้ำธรรมดา.

ZA นี่ก็ลูกๆ หลานๆ ในเครือ Shiseido อย่างที่เราๆ ท่านๆ ทราบกันดีอยู่แล้ว.

ส่วนขวดขวามือสีฟ้าใส MKB Aqua Cleansing Oil  แบรนด์นี้ เราไม่เคยรู้จักแต่เห็นว่า sale ลดราคาเลยต้องลองค่ะ เป็นออยล์ล้างหน้าที่เคลมเป็นสติ๊กเกอร์ไทยแปะหลังขวดว่า — มีส่วนผสมของน้ำมัน และ น้ำแร่ธรรมชาติ  สามารถทำความสะอาดเครื่องสำอางที่ล้างออกยาก เช่นมาสคาร่าให้หลุดออกได้อย่างง่ายดาย พร้อมคงความชุ่มชื่นให้กับผิวหน้า, ขจัดส่ิงสกปรกออกจากรูขุมขนได้อย่างหมดจด ไม่เหนียวเหนอะหนะ,  ต้องใช้เวลาที่มือ และหน้าแห้ง.  ผลิตโดยบริษัท Kumano Yashi Co.,Ltd.  บอกกันดื้อ ๆ ว่า ขี้เกียจหาข้อมูล :-)

…………………………………………………………..

เนื้อสัมผัส

  • ZA   –   เนื้อของน้ำมันจะเข้มข้นกว่า
  • MKB   –   แน่นอนว่าตัวนี้ เนื้อสัมผัสจะไม่เข้มเท่า ZA เพราะ มีส่วนผสมที่เป็นน้ำแร่อยู่ด้วย

กลิ่น

  • ZA   –   กลิ่นคล้าย ๆ น้ำมันเครื่อง
  • MKB   –   กลิ่นหอมอ่อน ๆ สดชื่น

ความเหนอะหนะเวลานวดล้างคราบเครื่องสำอาง

  • ZA   –   ไม่รู้สึกหนักหน้า (เวลาที่เรานวดล้างแบบมือแห้ง ๆ)  
  • MKB   –   เบาบางกว่านิดหน่อย จนบางครั้งต้องกดมาเพิ่มอีกหนึ่งปั๊ม

ความสะอาด =  เราขอออกตัวแรง ๆ แบบเบรคหัวทิ่มว่า “ช่วงนี้ เราไม่ค่อยได้แต่งหน้า บางวันเป็นยายเพิ้ง ครีมกันแดดก็ไม่ค่อยจะได้ทาเลยค่ะ (ห้ามลอกเลียนแบบ เพราะกระ ฝ้านี่มาเต็มหน้าเลยนะ) บางวันจะทาแค่แป้งผสมรองพื้นที่มีค่า SPF 20 แต่ก็ไม่พอค่ะ” ครีมรองพื้นช่วงนี้ เราไม่ค่อยได้ทา แปลกมากจริง ๆ แบบว่า ขี้เกียจค่ะ ปกติจะขาดไม่ได้ ไม่ว่าถูกหรือแพงเราใช้หมด…

แต่เราผอมลงนะ เกี่ยวกันมั้ยอ่ะ??  ^^

  • ZA   –   ค่อนข้างสะอาดทำได้ดีพอ ๆ กัน
  • MKB   –   ค่อนข้างสะอาดทำได้ดีพอ ๆ กัน

ความสบายผิว หลังการล้างออกด้วยน้ำอุ่น/น้ำธรรมดา

  • ZA   –   เราขอให้ ZA ชนะ ในเรื่องของการถนอมผิวหน้า แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนหน้ามันกร้าน ๆ นะ
  • MKB   –   ตัวนี้ ทำให้ผิวหน้าเราแห้ง, กร้าน — ถ้าหากใช้ติดต่อกัน 2-3 นี่ ผิวหน้าจะลอกเลย, เลยหยุดใช้  นานๆ เอามาใช้ทีนึง.  ตอนนี้ ตั้งเป็น “ปูชนีย oil” มีฝุ่นเกาะเบาบางในห้องน้ำ.

สรุป คะแนนความพึงพอใจของเราค่ะ

  • ZA Smooth Cleansing Oil   =     7    คะแนน
  • MKB Aqua Cleansing Oil   =    6   คะแนน

ซื้อต่อหรือไม่  Repurchase?   =   No..no ไม่ทั้งสองค่ะ

…………………………………………………………..

…………………………………………………………..

เมื่อล้างคราบเครื่องสำอางออก ด้วยน้ำมันแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดกันไปแล้ว

ขั้นตอนสำคัญต่อมา ก็ต้องเป็นการล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้า เพื่อล้างคราบน้ำมัน และสิ่งสกปรกที่ติดค้างอยู่ ออกให้หมดจด.

รีวิวน้ำมันล้างเครื่องสำอาง, รีวิว คลีนซิ่งออยล์, รีวิว Cleansing Oil, รีวิว โฟมล้างหน้า, รีวิว Facial Foam, BSC Honei V Facial Foam Review, รีวิว BSC Honei V Facial Foam, รีวิว Kose Softymo Collagen Cleansing Foam, Kose Softymo Collagen Cleansing Foam Review, Drugstore beauty products review, รีวิวเครื่องสำอางจากร้านขายยา, รีวิวเครื่องสำอางราคาประหยัด, รีวิวเครื่องสำอางจาก Drugstore, ZA Smooth Cleansing Oil Review, รีวิว ZA Smooth Cleansing Oil, รีวิว Aqua Cleansing Oil, Aqua Cleansing Oil Review, Japanese Cosmetics Review, รีวิวเครื่องสำอางราคาถูกแบรนด์ญี่ปุ่น, รีวิวน้ำมันล้างเครื่องสำอาง, รีวิว Cleansing Oil ราคาประหยัด, รีวิว MKB Aqua Cleansing Oil, รีวิว ZA Smooth Cleansing Oil, รีวิวน้ำมันล้างเครื่องสำอางจากร้านขายยา, Drugstore Cleansing Oil Review, Drugstore product review, รีวิวโฟมล้างหน้าราคาประหยัด, รีวิวโฟมล้างหน้าสำหรับผิวมัน, รีวิวโฟมล้างหน้าพร้อมขจัดคราบเครื่องสำอาง, รีวิว Kose Softymo Collagen Cleansing Foam, รีวิว Kose, รีวิว ZA, รีวิว BSC, รีวิว MKB, รีวิวสกินแคร์, รีวิวผลิตภัณฑ์ล้างหน้า

…………………………………………………………..

BSC Honei V Facial Foam Smooth & Soft โฟมล้างหน้าตัวนี้ เป็นโฟมสามัญประจำตัวของเราตั้งแต่สมัยวัยขบเผาะ ใช้มานานมากค่ะ จนนี่ 41 ขวบ แล้วนะ เออ… ราคาถูก หาซื้อง่ายไปเดินซุปเปอร์ที่ไหน 90% เป็นได้เจอ.

ช่วงคนเก่าแก่ ชวนคุย”   เราขอย้อนอดีตกลับไปถึง ประวัติของสินค้าจากแบรนด์ BSC กันนิดนึง  เผื่อเด็กรุ่นใหม่ ๆ GEN C. ที่ยังไม่เคยรู้ ~~~ ใครที่ทราบแล้วสามารถข้ามส่วนนี้ไปได้เลยค่ะ ^^ หรืออ่านอีกก็ไม่ว่ากันเนอะ, มา”แก่“กันอีกรอบ.  

ใช่ซี้ ไอ้เรามัน Generation X นี่

  • BSC Cosmetology ก็ เป็นแบรนด์ในเครือสหพัฒนพิบูลย์ ในนาม บรัษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มีแบรนด์เสื้อผ้า, ชุดชั้นใน, ผลิตภัณฑ์ซักล้าง, ฯลฯ)
  • บริษัทเค้าก็นำเข้าเครื่องสำอางจาก PIAS Japan  เมื่อสมัยก่อน ช่วงตอนที่เรายังเด็ก ๆ ถึงประมาณวัยรุ่นต้น ๆ  — เวลาไปเดินห้างสรรพสินค้า,  เราจะเห็น เคาน์เตอร์เครื่องสำอาง PIAS และ Covermark ตั้งตะหง่าน ไม่ไกลจากกันมากนัก, เพราะเป็นเครื่องสำอางจากบริษัทญี่ปุ่นเดียวกัน.  
  • มาเช็คอายุกันดีกว่า รู้จักกันมั้ยคะ? ห้างไทยไดมารู (ป่านนี้ไม่ทราบยังอยู่มั้ย),  เซ็นทรัลวังบูรพา – วงเวียนใหญ่ –  สีลม, ห้างพาต้า, ห้างเมอรี่คิงส์ฯ (ล้วนแต่เป็นห้าง “รุ่นเดอะ – รุ่นเก๋า” ทั้งนั้น)  

…นี่ ดิชั้น หลุดพูดอะไรออกไป ปกติวัยรุ่นอย่างดิชั้นนี่เดินแต่ พารากอนฯ, สยามดิสฯ นะคะ.

  • ถ้าผู้อ่านเคยได้ยินชื่อ เครื่องสำอาง KesalanPatharan อันนี้ ก็ของเครือบริษัท PIAS นะคะ ไม่แน่ใจนะคะว่าปัจจุบันยังเป็นของ PIAS อยู่รึไม่.  นี่เว็บไซท์เครื่องสำอาง KesalanPatharan <<< คลิ๊กดูเพิ่มเติมได้ค่ะ.  ยังมีอีกหลายแบรนด์ในเครือเพี๊ยซ.

สมัยเราเด็ก ๆ แม่ของเราเค้าใช้ PIAS กับ Covermark ค่ะ จำได้ว่าพวกโฟมล้างหน้านี่ใช้ดีมาก ๆ (ขโมยใช้)  นี่ถ้าหากวันใด ที่บริษัทมีการจัดโปรแกรม มอบรางวัลเกียรติยศ แด่ลูกค้าประจำที่มีความซื่อสัตย์ และนิยมชมชอบในตัวผลิตภัณฑ์ (Brand Loyalty, Customer Loyalty)  Committed Loyalty เค้าจะขอสมัครเข้ารับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนั้น ให้เป็นเกียรติ เป็นศรี แก่วงศ์ตระกูลบ้าง.

รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับ PIAS สามารถดูเพิ่มเติมจากเว็บไซท์ นี้ค่ะ Click  >>> PIAS Japan  ลิงค์นี่เว็บไซท์เครื่องสำอาง KesalanPatharan <<<

ขอวกกลับเข้าเรื่อง “รีวิว” ต่อค่ะ. BSC Honei V Facial Foam คือ เป็นโฟมล้างหน้าที่ต้องมีติดบ้านตลอด ไม่ว่าช่วงนั้นจะใช้ของเคาน์เตอร์อยู่หรือไม่ก็ตาม.  BSC ตัวนี้ ไม่มีติดห้องน้ำ ไม่ได้เลยนะ มันจะทำให้ เลือดเก่า ๆ ในกายจะพรุ่งพร่าน และจะรู้สึกกระสับกระส่ายขึ้นมาทันทีค่ะ.

สำหรับ  Kose Softymo Super Cleansing Wash with Collagen หลอดนี้ เพิ่งลองใช้เป็นครั้งแรกค่ะ เพราะรอเท่าไร่ ก็ไม่เคยลดราคา หรือ เวลาที่เค้า Sale ลดราคา เราได้ไม่ได้มาเดินซุปเปอร์ฯ (วาสนาน้อย ค่ะ)  ที่หลังหลอดโฟมมีสติ๊กเกอร์ไทยแปะหลังหลอด เคลมไว้ว่า  เป็นโฟมล้างแนว 2IN1  คือ เป็นตัวล้างเครื่องสำอาง (Make up Remover) + เป็นโฟมทำความสะอาดผิวหน้า (Facial Foam) ในหลอดเดียวกัน — สามารถใช้ได้ทุกวันแม้วันที่ไม่ได้แต่งหน้า เพราะเป็นโฟมล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิว แต่สามารถทำความสะอาดได้ล้ำลึก.

…………………………………………………………..

เนื้อสัมผัส

  • BSC Honei V  –  เนื้อโฟมสีเหลืองอ่อน ๆ จะแลดูสากๆ กว่านิดนึง
  • Softymo Collagen   –   เนื้อโฟมสีขาว ละเอียด

กลิ่น

  • BSC Honei V   –   แน่นอนว่าต้องเป็นกลิ่นน้ำผึ้งอ่อน ๆ แนวกลิ่นสังเคราะห์
  • Softymo Collagen   –   กลิ่นตัวนี้ จะอธิบายยังไงดี… แปลกนิด ๆ แต่ไม่เหม็น

ความสะอาด ความสบายผิวหลังจากล้างออก

  • BSC Honei V   –   เหมาะสำหรับคนผิวธรรมดาถึง ผิวมัน เพราะสามารถล้างคราบความมันได้ดีกว่า และ ให้ความรู้สึกว่า ผิวหน้าเกลี้ยงเกลากว่า
  • Softymo Collagen   –   เหมาะสำหรับผิวแห้ง จนถึงผิวผสม, รู้สึกหน้าจะนุ่มกว่าเพราะมีส่วนผสมคอลลาเจน ส่วนเรื่องความสะอาดนั้น ไม่แน่ใจว่านี้คือ อุปทานของเราเองรึไม่…ก็ไม่ทราบ เรารู้สึกว่า Softymo ตัวนี้ยังไม่สะอาดเหมือนกับรุ่น ๆ ของ Softymo ด้วยกันเอง ~ แต่ก็สามารถล้างคราบสกปรก และคราบความมันออกได้ดีค่ะ

สรุป คะแนนความพึงพอใจของเราค่ะ

  • BSC Honei V   =   8.5  คะแนน
  • Softymo Collagen  =    7   คะแนน

ซื้อต่อหรือไม่  Repurchase?   =   แน่นอน Yes ว่าอย่างที่เกริ่นไว้แล้ว เราจะซื้อแต่ BSC Honei V อย่างเดียวค่ะ,  ไม่ซื้อ มันยังไม่โดน No สำหรับ Kose Softymo มีโฟมซอฟทิโม รุ่นอื่นที่เคยใช้แล้วดีกว่านี้.

…………………………………………………………..

หวังว่า รีวิวนี้คงเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย

Bye จ๊า

ได้เวลา อาหารเย็น เดี๋ยวต้องมานั่งทำงาน หาเงินต่อ (กระซิก ๆ)

…………………………………………………………..

อย่างไรก็ตาม “สภาพผิว, ฮอร์โมน, และ รูปแบบการใช้ชีวิต” ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อ่านรีวิว ที่ไหน ๆ ก็ใช้วิจารณญาณส่วนตัวตัดสินเอาล่ะกันนะคะ

Disclaimer:  The products I reviewed/previewed on this blog are purchased by my own money.

***ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น ที่นำมารีวิวในบล็อก i am beauty monster (IBM BLOG)

เราซื้อเองทุกชิ้นค่ะ เพื่อการรีวิวแบบตรงไปตรงมา

Part 2 เพื่อน, ความห่วงใย การรับรู้และความเข้าใจ, และ “A glass half full น้ำครึ่งแก้ว”

[Part 2] เพื่อน, ความห่วงใย การรับรู้และความเข้าใจ, และ “A glass half full น้ำครึ่งแก้ว”

ในพาร์ทที่สองนี้ ซึ่งเป็นพาร์ทสุดท้ายนี้ “เจ้าของบล็อก” เขียนแสดงความคิดเห็นส่วนตัว ในเชิงผสม”ปรัชญา, จิตวิทยา และความรู้สึกที่เกี่ยวโยงกับหัวข้อโพส “เพื่อน, ความห่วงใย การรับรู้และความเข้าใจ” ใน Part 1 จากประสบการณ์ของเรากับเพื่อนๆ และคนรอบตัว ที่เกี่ยวกับชื่อโพสที่เราเขียนมานี้เท่านั้น นะคะ

* ซึ่งทฤษฎีน้ำครึ่งแก้วนี้ มันผสมผสานปรับใช้ได้หลากหลายสถานการณ์แตกต่างกันไปในแง่ของ ธุรกิจ, เศรษฐศาสตร์ ฯลฯ)

หากบทความนี้ไม่ถูกต้อง หรือมีอะไรบกพร่องในแง่วิชาการ, ขัดแย้งต่อความคิดเห็นของผู้อ่าน, เจ้าของบล็อกต้องขออภัย ขอน้อมรับข้อติชม และยินดีเปิดรับฟังความคิดเห็นที่ต่างกันออกไปค่ะ พร้อมตรวจสอบ และแก้ไขค่ะ

ขอบคุณค่ะ Jessica Jee @i am beauty monster blog

Post หน้า จะเข้าสู่โหมดรีวิวผลิตภัณฑ์ความงามเหมือนเดิม ค่ะ  :-) ยิ้มหวาน ๆ

Share บทความได้ไม่ว่ากัน หากท่านเห็นว่าเป็นประโยชน์.
แต่ขอนิดเดียวว่า *ขอสงวนลิขสิทธ์ ห้ามcopy ห้ามดัดแปลงบทความทั้ง 2 ภาคของเรานะจ๊ะ
รักนะ จุ๊ฟๆ!!! เดี๋ยวจะเข้าใจกันผิด.

A glass half full. “น้ำครึ่งแก้ว”

คนรักแมว, friendship, ทฤษฎีน้ำในแก้ว, น้ำครึ่งแก้ว, น้ำเต็มแก้ว, แก้วเปล่า, แก้วที่คว่ำอยู่, cat, ความห่วงใย, การรับรู้รับฟัง, ปรัชญา, จิตวิทยา, เพื่อนไม่เคยทิ้งกัน

Credit pic:- I googled this pic from the internet, thank you the real owner. Appreciated.


 

เครดิตรูป จาก Higher Perspective Facebook

……………………………………………………………

หลายท่านคงเคยได้ยินกันมาบ่อย ๆ ในแง่ความหมายของทฤษฎี (หรือคำเปรียบเทียบ) “น้ำครึ่งแก้ว” A glass half full ที่จะเป็นในแง่ของวิสัยทัศน์ และ/หรือทัศนคติของบุคคล เช่น ความคิดแง่บวก  และความคิดแง่ลบ, การมองโลกในแง่มุมที่แตกต่างของแต่ละบุคคล, การมองเห็นโอกาส, วิสัยทัศน์ต่าง, ฯลฯ.

บางท่านอาจจะยังไม่เคยทราบ หรือ แม้แต่เพื่อนเราบางคน ที่ยังไม่เคยรู้ และไม่เข้าใจความหมายเหล่านี้ หรือเคยรู้เคยเข้าใจแต่อาจจะหลงลืม ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติมนุษย์.

1. “น้ำเต็มแก้ว

คือ คนที่พัฒนาได้ยาก. แก้วน้ำที่มีน้ำเต็มแก้วก็เปรียบเหมือนกับการที่ไม่ยอมรับสิ่งใหม่ๆ ไม่กล้า, กลัวการเปลี่ยนแปลง, ego สูง กลัวการเสียหน้า, ไม่ชอบที่จะเปลี่ยนแปลง ดื้อเงียบ, “Conservatism, traditionalism” เป็นคนยึดติด, หัวโบราณ  (หมายเหตุ:- Conservatism นี้เราไม่ได้มองในแง่การเมือง หรือไม่ได้ต้องการที่จะขัดแย้งประเพณีใด ๆ นะคะ เราแค่พยายามหาตัวอย่างที่ใกล้เคียง เพื่อมาเปรียบเทียบกับ “น้ำเต็มแก้ว” ที่เกี่ยวโยงกับหัวข้อโพสของเจ้าของบล็อก ค่ะ)  และ/หรือยากที่จะยอมรับนำเอาสิ่งใหม่ๆ ดีๆ กว่าเข้ามาในชีวิต ยังคงพอใจ และยึดติดกับสิ่งเดิมๆ หรือ สิ่งที่มีอยู่ หรือ ย่ำอยู่กับวิธีคิด และวังวนปัญหาเก่า ๆ

ถึงแม้ว่า เขา/เธอ จะเป็นฝ่ายที่เข้ามาขอคำปรึกษาจากเพื่อนหรือคนรอบตัวที่เขาไว้ใจ และได้รับคำแนะนำ คำปรึกษาไปแล้ว แต่ก็คิดว่า ข้าจะทำแบบเดิมเนี่ยแหล่ะ คำแนะนำ ความคิดเห็นของเธอ แน่ใจรึ? ว่าจะถูก?  อะไรประมาณนั้นน่ะค่ะ

อันนี้ เราไม่ว่ากันเพราะในความเป็นจริง ไม่มีความคิด ความรับรู้ของใครที่ จะถูกจะผิดได้ 100% อย่างเสมอไป.

คิดว่าความรู้ที่มีอยู่เพียงพอแล้ว เรียนมาเยอะแล้ว (อีกแง่ อาจจะเป็นการขี้เกียจที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ก็เป็นได้), การพัฒนาความรู้ ความคิด “จิต” และ”ตัวตน” จึงทำได้ค่อนข้างยาก ถึงแม้บางท่านอาจเรียกว่าเป็นคนที่มีความมั่นคง

***แต่ (ความเห็นส่วนตัวของเรานะ) เราว่าเป็นความมั่นคงที่ “ไม่ใช่ในแง่บวก” เลยค่ะ.

———————–

2. “น้ำครึ่งแก้ว

พร้อมที่จะยอมรับสิ่งใหม่ๆ ปรับเปลี่ยนนำมาปฏิบัตินำมาใช้พัฒนาชีวิต, ชอบเรียนรู้ ขวนขวายหาความรู้ใหม่ ๆ ใส่ตัว.  ไม่กลัวความเปลี่ยนแปลง เพราะเป็นแก้วที่ไม่มีวันเติมเต็ม ไม่ว่าใครจะใส่ความรู้ ใส่คำสอน คำเตือน ลงมามากสักเท่าไหร่ ก็ยอมรับฟังเพื่อไปปรับปรุง และแก้ไข. นำความรู้ที่มีอยู่ และความรู้ใหม่ ๆ มาดัดแปลง ปรับปรุงใช้ให้เหมาะกับชีวิตส่วนตัว หรือหน้าที่การงานของตน.

-> คนประเภท “คิดนอกกรอบ (Think outside the box)” จึงมองเห็นโอกาสดี ๆ ในทุกสถาณการณ์ แม้จะเป็นเวลาวิกฤตก็ตาม, คิดและมองต่างมุม และมีความสามารถเปรียบเทียบส่วนดี ส่วนเสียในสิ่งต่าง ๆ ได้ดี และจะมีโอกาส และ/หรือ ได้เปรียบมากกว่าในทุกด้านของชีวิต  <-

“สนใจที่จะใส่ใจ”!

***ใส่ใจอะไร? = ใส่ใจทั้ง “ความคิด ความเข้าใจ ความรู้ตัวและจิตสำนึก รู้ความต้องการ” ของตัวเอง และ ของคนรอบ ๆ ข้าง (ไม่ใช่ต้องถึงขนาด ไปแคร์ความรู้สึกคนอื่นมากเกินไป จนไม่เป็นตัวของตัวเอง และไม่ใช่สอดรู้เรื่องคนรอบข้างนะ ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ หุๆๆ), ใส่ใจรายละเอียดปลีกย่อยต่าง ๆ ตามสถานการณ์ของแต่ละตัวบุคคล, เป็นคนช่างสังเกต

“มีวิสัยทัศน์” ที่มากกว่าจากการที่เปิดใจ เปิดความคิด รับฟัง มากกว่าพูด และคิด ก่อนจะพูด. อีกทั้งยังขอบแสวงหาสิ่งใหม่ ๆ ความรู้ใหม่ ๆ ความคิดเห็นใหม่ ๆ และ พร้อมที่จะนำเอาส่วนดีจากสิ่งใหม่ๆ มาปรับใช้

กล้าทดสอบ กล้าทดลอง คนประเภทนี้สามารถจัดการกับการเผชิญความ”กลัว”ได้ดีกว่า. และมองเห็นแต่ สิ่งดี ๆ ในชีวิตได้ในทุกสถานการณ์เสมอ.

———————–

3. “แก้วเปล่า” หรือ/และ “แก้วที่คว่ำอยู่” (“แก้วเปล่า” มันยังหงายปากแก้วขึ้น ส่วนคนประเภท”แก้วคว่ำอยู่” นี่หนักกว่า เพราะปิดกั้นไปเลย ~~ แต่เราขอไม่ลงลึก เดี๋ยวจะยาวเกิน ขี้เกียจเขียน)

คือ คนประเภทไม่รับรู้ ไม่รับฟัง ไม่ใส่ค่อยจะใส่ใจในรายละเอียดรอบตัว, ไม่เปิดหูเปิดตา ปิดใจ — “มัวแต่หมกมุ่นอยู่กับความคิด และความกังวงของตัวเอง” ฟังอะไรก็ไม่มีสติ เข้าหูซ้าย ทะลุหูขวา. เพราะจิตใจมัวแต่คิดถึงแต่เรื่องของตัวเอง อาจรวมไปถึงคนที่ปิดตัวเอง และไม่กล้าแสดงออก.

แม้ว่า เขา/เธอ จะมายอมเปิดใจ มาเล่าปัญหา และถามหาคำปรีกษาจากคุณเอง, และ เขา/เธอ ได้รับคำตอบ คำปลอบใจ คำแนะนำไปแล้ว แต่ เขา/เธอ เหล่านั้นก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะรับฟังคำแนะนำ

คนที่ห่วงใย รักและคอยให้คำแนะนำคำปรึกษากับคนประเภท “แก้วเปล่า หรือ แก้วที่คว่ำ”อยู่ ก็จะได้รับความรู้สึกที่เปรียบเสมือน “น้ำซึมลงทราย” เหนื่อยเปล่า เสียความรู้สึกในความรัก ความห่วงใยที่มีให้มาตลอด.

เพราะใจที่ว้าวุ่น ของพวก “แก้วเปล่า หรือ แก้วที่คว่ำอยู่” ไม่สามารถจัดอันดับอะไรที่เหมาะสมได้ แล้วก็พาตัวเองไปเจอปัญหาเดิม ๆ และกลับมาพร้อมกับปัญหาเดิม ๆ แถมเพิ่มปัญหาใหม่ ๆ เข้ามาให้ตัวของเขา/เธอ เศร้าหมองและครุ่นคิด เหม่อลอยกับความคิด และปัญหาของตัวเขา/เธอ อยู่ร่ำไปเป็นวังวน.

ต้องการแต่ ที่จะให้คนอื่น ๆ มารับฟังปัญหาของตน ปล่อยตัวเองให้คิดมากกังวล เศร้าหมอง ยึดติดกับส่ิงเก่า ๆ ไม่มองถึงโอกาส และอนาคตที่(อาจจะ)ดีกว่าในภายหน้า, ไม่กล้าคิด, ไม่กล้าตัดสินใจ ฯลฯ.

  • เหมือนกับตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล (center of the universe) >> ที่ทุกคนต้องเข้าหาเขาเพื่อเปิดใจของ เขา/เธอ ติดอยู่กับตัวเอง – คิดอยู่แต่กับตัวเอง, ต้องเข้าไปช่วยเหลือเขาทุกครั้งไป, เรื่องของตัวเองสำคัญ, จะฟังจะใส่ใจก็แต่เรื่องที่เกี่ยวกับตัวของเขาเท่านั้น.  [ไม่เชิงเป็นคนเห็นแก่ตัว แต่ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละตัวบุคคล สิ่งแวดล้อม และการเลี้ยงดูของแต่ละครอบครัว ในบางกรณีก็เป็นที่ สถาณการณ์ที่ไม่อำนวย หรือ อาจะเป็นที่ตัวบุคคล นั้นๆ เอง].

แถมยังเป็นคนประเภท กลัวไปหมดทุกสิ่ง ทุกอย่าง กลัวแม้กระทั่ง “กลัว(ที่จะพัฒนา)จิตใจ หรือแม้กระทั่ง “กลัวใจของตัวเอง” ก็มี ไม่ใส่ใจในตัวของตัวเขาเองในเรื่องที่ควรจะใส่ใจ, ปิดกั้นความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง ไม่กล้าเปิดอกเปิดใจ.

  1. บางประเภทถึงขั้น ดูแลตัวเองไม่เป็น เลยก็มี.
  2. บางประเภทเรียกได้ว่า “เรียกร้องความสนใจ” ก็มี (เป็นที่เจ้าตัวเอง มโนปัญหาขึ้นมาเอง).
  3. บางประเภทเวลามีความสุขก็เงียบหาย เวลามีความทุกข์เดือดร้อนถึงจะโผล่ผิวหน้า และเสียงมาให้เห็น.

ย่ำอยู่กับที่ ไม่พัฒนาความคิด, จิตใจว้าวุ่น อ่อนไหวไปกับสิ่งเร้ารอบตัว และถูกชักจูงได้ง่าย, ไม่นับถือตัวเอง.

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

วกกลับเข้ามาในส่วนที่เกี่ยวข้องกันกับ A glalss half full” ในส่วนของตัวของเจ้าของบล็อก.

เราก็เป็นแก้วน้ำแบบใดแบบหนึ่ง ในทั้งแก้ว 3 แบบนี้ค่ะ แตกต่างกันไปตามแต่ละกลุ่มบุคคล และ/หรือสถานที่  ดูอย่างใน Part 1 – เพื่อน, ความห่วงใย การรับรู้และความเข้าใจ, และ “A glass half full น้ำครึ่งแก้ว.  ในช่วงเพื่อน “แบบที่ 1” ของเมื่อ Part 1  เราเอง ก็พลาดไม่ใช่ผู้ฟังที่ดี เค้าไว้ใจเราแต่ไม่ได้ใส่ใจฟังในสิ่งที่ควรจะใส่ใจ เลยไม่ได้ฟังไม่ได้พูดคุยกับเพื่อน ก่อนที่เพื่อนจะเสียชีวิต รึมันจะบอกลาและสั่งเสีย?, แม้กระทั่ง งานศพก็ไม่ได้จัด เนื่องด้วยเหตุผลที่ไม่สามารถบอกได้ค่ะ.

**ถ้าเทียบตัวของเจ้าของบล็อกเอง ก็เปรียบเสมือน น้ำเต็มแก้ว และ แก้วเปล่า  เวลานั้น นั่นเอง.  

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

สำหรับตัวของเจ้าของบล็อกเอง เพื่อน ๆ ทั้ง 3 แบบที่กล่าวมาทางด้านต้นใน Part 1

กลุ่มเพื่อนหญิง ในช่วง”แบบที่ 2″ = แต่ละคนก็เป็นดังแก้วทั้ง 3 แบบ ปะปนกันไป, ทุกคนมีความรักความห่วงใยให้กัน แต่อยู่ที่ว่าใครจะสัมผัสได้มาก หรือน้อย ก็สุดแท้แต่ สติ, ปัญญา, ความจริงใจ, สำนึก และการรับรู้ของแต่ละคน แต่อย่างที่เราทราบกันดีว่า “ผู้หญิง” ส่วนใหญ่จะใช้ “อารมณ์ และความรู้สึก” มาก่อน “เหตุผล และตรรกะแห่งความถูกต้อง” มากกว่าผู้ชาย (อันนี้เราแบบพาดพิงไปถึง ฮอร์โมนเพศหญิง ล่ะกันนะคะ ขำ ๆ อย่าคิดมาก) จนบางที เขา “อาจจะ” ไม่เคยได้รับรู้ความรู้สึกรักห่วงใยที่เรามีให้เลยรึไม่ ???

ข้อดีของเพื่อนสาว ก็คือ ไว้ใจปรับทุกข์ในเรื่องที่อ่อนโยน, เรื่องผู้หญิงๆ, เรื่องลับ ๆ แนว partner in crime กันได้อย่างสบายใจ :-)

ส่วนกลุ่มเพื่อนผู้ชายล้วน ๆ ในช่วง”แบบที่ 3″  = ก็เป็นอีกแบบนึง มีอะไรก็ด่าว่ากันตรง ๆ พูดกันตรง ๆ สอนกันตรง ๆ ไม่มีโกรธ ไม่มีงอน ไม่มีการฟุ้งซ่าน และ ตัวเจ้าของบล็อกกับเพื่อนกลุ่มผู้ชายก็จะไม่ชอบ Drama กัน. เปิดอกคุยกันให้เคลียร์ แล้วต่างคนต่างรับฟังแก้ไข และเคลียร์กันจบในวันนั้น ๆ ไม่เวิ่นเว้อ.

ข้อดีอีกอย่างของเพื่อนผู้ชายแบบที่ 3 นี่ คือ ไม่ต้องมานั่งใส่หน้ากาก ไม่ต้องมานั่งปากหวานใส่กัน ใช้คำแรง ๆ สอนด่ากันแบบไม่ต้องเกรงใจ ไม่ต้องมานั่งกังวลในเรื่องงอนกัน #แมน ๆ ครัช!

“สัจธรรม” ที่แน่แท้ ได้โปรดจำไว้ว่า

“คนเราไม่มีใครสมบูรณ์แบบ”

ปุถุชนอย่างเรา ๆ ทำผิดทำพลาดกันได้ :-)  แต่อยู่ที่ว่าคน ๆ นั้น เรียนรู้จากความผิดพลาด รักที่จะเป็นผู้ฟัง และผู้พูดที่ดี  ยินยอมน้อมรับข้อที่จะต้องนำมาปรับปรุง แก้ไข และรักที่รับรู้ความรู้สึกใส่ใจคนที่รักเราที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา หรือไม่… อันนี้ ก็สุดแท้แต่… ไม่มีใครที่จะมีความคิดเห็น มีสามัญสำนึกฉลาดสมบูรณ์พร้อม, ไม่มีใครถูก และผิดเสมอ.

อย่าคิดว่ามีโลกนี้มีแต่ “เรา/ตัวกู” เพราะโลกนี้ประกอบไปด้วย “เขา/เธอ”, “คนรอบตัว” ด้วนนะจ๊ะ

ปล. จริง ๆ เราเขียน 2 โพสนี้เพื่อเตือนตัวเอง และเตือนเพื่อนๆ ทุกคนของเรา จริง ๆมีอะไรเขียนยาวกว่านี้นะคะ แต่พอแค่นี้ดีกว่า ^^ ชักเลอะ ๆ

รักเพื่อน ๆ ทุกคนเสมอ และรักท่านผู้อ่านด้วยเช่นกัน จุ๊ฟฟฟฟฟฟฟฟ ฟอดใหญ่ ๆ  ขอบคุณที่ทนอ่านกันสวัสดี และขอลาไปก่อนค่ะ

………………………………………………………………………….

*ผิด ตก ยกเว้น เพราะทำงานเพ่งคอมทั้งสัปดาห์ หุๆๆๆ

คนดีชอบแก้ไข คนอะไรชอบแก้ตัว ^^

Post หน้า จะเข้าสู่โหมดรีวิวผลิตภัณฑ์ความงามเหมือนเดิม ค่ะ  :-) ยิ้มหวาน ๆ

Part 1 เพื่อน, ความห่วงใย การรับรู้และความเข้าใจ, และ “A glass half full น้ำครึ่งแก้ว”

หมายเหตุ:- โพสนี้ ไม่ได้มารีวิวผลิตภัณฑ์ใด ๆ ค่ะ.  เราจัดโพสนี้อยู่ในหมวด Life & Relationship จะเปรียบดั่งไดอารี่ส่วนตัวในส่วนที่เปิดเผยได้,  และยังมีบางเรื่องที่คนส่วนใหญ่ทั้งไทย + ทั้งเทศ ยังไม่เปิดกว้างและไม่เข้าใจ ไม่ยอมรับอยู่ เอาไว้รอถึงเวลา เมื่อวันนั้นมาถึงค่อยว่ากัน.

หากท่านใดคิดว่าจะมีประโยชน์กับตัวท่าน ก็เชิญอ่าน ได้ตามสะดวกค่ะ, มันอาจจะมี “สาระ” ซ่อนอยู่ก็เป็นได้!!!,  ต้องขออภัยจ๊า ถ้าหากท่านใดรอ รีวิวเครื่องสำอาง ต้องเป็นโพสหน้าโน้นนนน ค่ะ  ***คำเตือน และขออภัย เพราะโพสนี้อาจมีคำไม่สุภาพแทรกเข้ามาบ้าง.

—————————————————————

(Part 1) เพื่อน, ความห่วงใย การรับรู้และความเข้าใจ, และ “A glass half full น้ำครึ่งแก้ว”  

โหมดชีวิต (Drama) นี้ เริ่มจากเมื่อคืนนี้ เราดั้นนนน…. กดเข้าไปดู Youtube ของทาง Samaritans ตอน “LISTEN WITH HEART | ฟังด้วยใจ” เทปตอน “เป้ อารักษ์ กับการฟังที่จะเปลี่ยนชีวิตที่เหลือของเขา”  อันนี้โดยบังเอิญ เลยกลายเป็นเรื่องเลยค่ะ. แบบมันโดน ตะเตือนใต น่ะค่ะ ทิ่มจึ๊กที่กลางใจ เลยทำให้เรานอนคิดทั้งคืน แล้วก็นอนนึกถึงเพื่อน 3 แบบ.

แบบที่ 1   =   เพื่อนสนิทผู้ชาย คนหนึ่ง, ที่เรากับแฟนเรา รู้จักมันมากันมาได้ 5 – 6 ปี เราไว้ใจมันมาก เป็นแบบเพื่อนจริงๆ ไม่มีชู้สาว, เรียกกันขึ้น กู-มึง-อี-ไอ้ คุยกันเฮฮาสนุกสนาน โคดจะนิสัยดีมาก เป็นคนซื่อสัตย์นิสัยกล้าหาญ, ทำงานเก่ง แต่เสียชีวิตโดยที่ไม่ได้ฆ่าตัวตาย และไม่ใช่อุบัติเหตุ เมื่อ พ.ย. 57 สาเหตุขอเก็บเป็นเหตุผลส่วนตัว.

แต่เรารู้สึกผิด และเสียใจมากๆ ที่เมื่อตอนที่มันโทรมาหาเรา แต่เราไม่ได้ฟังมันพูดแบบจริงจัง, มันบอกมันอยากเจอเรา… แต่เพราะเรามัวแต่คุยตลกโปกฮา ไร้สาระ, แถมยังพลาดรับสาย ไม่ได้โทรติดต่อกลับตอนมี missed call จากมัน ทำให้ทุกวันนี้ยังคิดถึงมัน ว่าทำไมเราไม่ติดต่อกลับตอนนั้น – ตอนนั้นเรามัวรีรออะไรวะคะ… ทุกวันนี้ เราก็ทำได้แค่สวดมนต์ แผ่ส่วนกุศลไปให้ เวลาทำบุญก็อุทิศให้ทุกครั้ง. 

…………………………………………..

แบบที่ 2   =   เป็นแกงค์เพื่อนสนิทสาวล้วนสมัยเรียน ปวช./มัธยมปลาย วัยใสๆ ขบเผาะ ที่คบกันมาได้ 25 – 26 ปีแล้ว. ตั้งแต่หน้าตึงไม่ต้องใช้ครีม จนตอนนี้ก็ยังสวยตึงกันอยู่ :-) (มั้ง)  เรียกได้ว่า สนิทกันจนเรียกชื่อบุพพการี แทนตัวประมาณนั้น, ด่า และนินทากันได้ทุกเรื่อง ถถถถ++ ในกลุ่มเราก็จะมีกันหลากหลายนิสัย ตั้งแต่ “อ่อนไหว + อินโนเซนส์ ไปจนถึง ทะลึ่ง + กักขฬะ” อย่างเจ้าของ blog นี่. 

แกงค์สาว ๆ นี่ ก็วีรกรรมเยอะ และหลากหลายกันไปตามสไตล์ของแต่ละคน

Partner in crime

นับว่าเป็นช่วงวัย ที่สนุกสนานมาก และเป็นช่วงวัยฮอร์โมนว้าวุ่น ทำตัวไม่ค่อยถูกเวลาเจอคนที่แอบชอบอะไรประมาณนั้น. อิชั้นก็มีโมเมนท์นี้เน้อ ^^ นึกถึงแล้วช่วงวัย 14 – 16 ปี สำหรับเรานี่ เป็นช่วงที่สับสนและสนุกคละเคล้ากันไป และเป็นวัยปรับตัวสู่ภาวะผู้ใหญ่เหมือนทุก ๆ ท่านที่เคยผ่านกันมา.

…………………………………………..

<<คำเตือน:- ตัวอย่างที่จะเล่าด้านล่าง แบบที่ 3 นี่ เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีนะคะ น้อง ๆ ห้ามเอาเป็นเยี่ยงอย่าง, ไม่ใช่เรื่องน่าชื่นชม, และไม่เหมาะกับผู้ที่ดูแลตัวเองไม่เป็น และ ที่สำคัญ! ควรอยู่ภายใต้สายตาของผู้ปกครอง นะก๊ะ>>

***อันนี้เป็นช่วงเวลาที่สนุกมาก ให้ความรู้สึกแบบเราไม่น่าเกิดเป็นผู้หญิงเลยอ่ะ #แมนๆครัช

แบบที่ 3   =   เป็นแกงค์เพื่อนสมัยเรียน ป.ตรี ที่มารู้จักกันตอนช่วงปี 3 ซึ่ง หนึ่งหนุ่มในแกงค์นี้ คือ แฟนเก่าของเราเอง, ในแกงค์จะมีเราเป็นผู้หญิงคนเดียว นอกนั้นเป็นผู้ชายหมด 15 – 16 คน เราไว้ใจและรู้สึกปลอดภัย เพราะเป็นเพื่อน ๆ ของแฟน, จึงเฮไหน-เฮนั่น เที่ยวไหน-เที่ยวนั่น เมาไหน-เมานั่น  แต่เราเป็นคนรักษาภาพลักษณ์ค่ะ ไม่ทำตัวไม่เหมาะสม คือ ซ่าส์ในกรอบ มีลิมิต,  แล้วในแกงค์เรา เราได้รับการยอมรับ นับถือ (และ ด่า) ในฐานะที่เป็น “สิ่งเปลืองเหล้า” มักจะโดนเชียร์ให้กินแต่กับข้าว และขนม, แต่คือมันไม่ใช่แนวเราไง.  จะเรียกว่าโชคดี หรือไม่ ก็ไม่ทราบ เพราะว่าร่างกายเราสามารถถ่ายเทแอลกอฮอล์ออกทางปัสสาวะได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งมันช่วยได้มาก. เราจะเป็นคนที่ “ชิ้งฉ่อง” เก่ง และเยอะมาก เพราะเป็นคนที่ดื่มน้ำเยอะมาแต่เด็กๆ ช่วงวัยรุ่นไร้เดียงสา เราเคย ‘นอยด์’ อยู่เหมือนกัน ว่า รึเราจะเป็นโรคไต ไตทำงานหนัก ไตเสื่อมหรือ ไตไม่ดี? เด็กหนอเด็ก….

คุณครูสมัยประถมฯ สอนให้ดื่มน้ำอย่างน้อย วันละ 6 – 8 แก้ว, แต่ เจ้ IBM. คนนี้ สามารถดื่มน้ำขวด 1.5 ลิตรแบบขวดใหญ่ที่ขายตามห้างฯ ได้ถึงวันละ 5-6 ขวด แบบชิลด์ๆ,  ขนาด ช้างยังต้องอายเรา.

นอกเรื่องแป๊บ ขอท้าวความยาวไปถึงอดีต  :-)  สมัยเราตอนเด็ก, ในซอยบ้านนี่ เด็กผู้ชายล้วน ๆ มีเด็กผู้หญิงอยู่ 2 คน ที่แลจะทะโมน เล่นกระโดดถีบ กระโดดเตะ วิ่งไล่จับแบบเด็กผู้ชาย สไตล์ไอ้มดเอ็กซ์ หรือไม่ก็ ตำรวจอวกาศเกียบัน ถ้าเป็นมนุษย์ไฟฟ้าที่เป็นสีๆ ดิชั้นจะต้องเป็นตัว “สีแดง” เท่านั้นนะคะ เพราะต้องเป็นหัวหน้าใหญ่ (ไร้สาระจริง ๆ), ทอยตุ๊กตุ่น, เล่นหุ่นยนต์กัน,  จิ้งจก และหนอนแก้วโยนใส่กัน

ตอนที่น้ำท่วม กทม. เมื่อสมัยเด็ก ๆ เค้าจะสร้างสะพานทางเดินในซอยให้เป็นทางยาวตลอด ตรงไหนที่น้ำไม่ท่วม เราก็เดินลุยไปขุดดินวิ่งหาจับไส้เดือนตัวอวบอ้วน มาโยนใส่เด็ก ๆ ผู้ชายบางคนที่กลัว, เราก็เล่นช้อนปลา, เล่นกระโดดถีบ (Sky kick) ตกสะพาน จนน้ำตกท่าเปียกกัน  จนบรรดาแม่ๆ ของเด็กผู้ชายแถวบ้านบางคน มาฟ้องแม่เรา และห้ามลูกเค้าไม่ให้มาเล่นกับเรา หุๆๆๆ.  แต่ ณ ปัจจุบันนี้ จะสวดมนต์เผื่อแผ่ส่วนกุศลไปให้สัตว์เหล่านั้นตลอด T_T

*** วีรกรรมอีกอย่างนึง คือ ตอน ป.5 เราไปต่อยเพื่อนผู้ชาย  ปากแตกร้องไห้ในห้องเรียนจนโดนครูตี ทั้งคู่. แต่ถ้าเป็นตอนนี้ เราคงโดนเพื่อนคนนั้นสอยอัปเปอร์คัตน๊อคไปแล้ว ~~~เพราะตอนนี้ เราก็แค่ผู้หญิงอ่อนแอ ๆ คนนึงที่นั่งเย็บปักถักร้อย + จัดดอกไม้ + เตรียมอาหารใส่ขันโตก…. ฤาจะเอาแรงที่ไหนไปสู้… (พูดไป พับผ้าไป)

กลับเข้าเรื่อง…..เราเคยพาทั้งแกงค์ไปเที่ยวบ้านเรา ซึ่งเป็นวันสอบเสร็จช่วงกลางภาคเรียนตอนอยู่ปี 4  ไปนั่งฉลองกันที่บ้านเลย พาทั้งแกงค์ ไปไหว้แม่เรา ให้แม่เห็นว่ากลุ่มเพื่อนผู้ชายพวกนี้ ไว้ใจได้ ปลอดภัย ไม่มีเรื่องเสียหาย.  

เคย “แข่งท้าดวลกัน โดยใช้ศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง และ ลูกผู้ชายเป็นเดิมพัน = โดยการ  “ดวดเหล้าเพียว ๆ On The Rock” กับพวกผู้ชายในแกงค์ เรานี่นั่งตาใส หัวเราะร่าเริง รินหาย ๆ คุยเรื่องปัญญาอ่อน ไร้สาระ กับเพื่อนๆ ที่ยังไม่สลบอีก 4 – 5 คน ยันพระอาทิตย์ขึ้น อย่างสนุกสนาน แถมต้องมาคอย ลูบหลังไอ้พวกที่สำรอกอาหารเก่า และเหล้าออกมาอีก บางคนทำเนียนแพ้แล้ว ชิ่ง ขอตัวหนีกลับบ้านไปเองก่อน,  พอพวกที่สลบฟื้นคืนชีพ ตอนสาย ๆ ก็ขับรถกลับบ้านใครบ้านมัน หรือขึ้นแท็กซี่กลับกันเอง.

สรุปผล:-  ดิชั้น สามารถกอบกู้ศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงแกร่ง ให้โลกได้รับรู้แล้วค่ะ :-)

*** จำไว้นะคะ เมาไม่ขับ ดื่มอย่างมีสติ”  รึไม่ก็กลับเช้า อิอิ แต่ต้องผ่านความเห็นชอบจากผู้ปกครองก่อนนะจ๊ะ.

  • แม่เราตื่นมาใส่บาตรตอนเช้า เห็นลูกสาวนั่งห้าว ๆ ถึก และบึกบึน หล่อนก็คงปลงแล้วหมดห่วงว่า นี่แม่มีลูกสาว หรือลูกชายกันแน่วะคะ,  เพราะเรานั่งฉลองกันยันเช้า เกินกว่าครึ่งในแกงค์ คอพับหลับคาวง.  เราชอบพาเพื่อน ๆ ในแกงค์มาบ้าน เพราะเราต้องการให้แม่รู้สึกไว้ใจ และปลอดภัย และลูกสาวคนนี้ ไม่ทำเรื่องเสียหาย ^^ ถ้าจะไปเที่ยวไหนจะบอก และขออนุญาตก่อนเสมอ.

ในวันสุดท้าย ของการสอบปลายภาคเรียนที่ 2 ของปี 4  เสร็จสิ้น  — พวกเราก็ฉลองข้าวเย็น กับนั่งเมาท์ร่วมกัน ณ โรงอาหารที่มหาวิทยาลัย,  แล้วมีคนนึง บรรเจิดไอเดีย ว่า ไป “เฮ้ย…ไปภูเก็ต” กัน  ทุกคนเงียบ..อึ้ง..ไปพักนึง เพราะเวลาไปไหนไกลสุดก็แค่ กรุงเทพ – หัวหิน เพราะขับรถแค่ 2 – 3 ชั่วโมง แล้วเพื่อนยังมีบ้านที่ชะอำ กับหัวหิน.  ไม่ทันไร พอกินอาหารเย็นกันเสร็จ เหลือกตามองกันไปมา แล้วเด้งตัวจากโต๊ะอาหาร มุ่งไปที่รถกันทันที.

รู้ตัวอีกที โน่น….ทั้งแกงค์ก็นั่งพักรถ และอาหารทานข้าวกะเพราไข่ดาว กันที่หัวหินประมาณ 21-22:00 น. พักแข้งขา นั่งโม้กันแป๊บ, ก็บึ่งรถมาให้ทันพระอาทิตย์ขึ้นที่ “ภูเก็ต” และนั่น ก็เป็นการมา “ภูเก็ต” ครั้งแรกในชีวิตของเรา เมื่อ 21 ปีก่อน มาถึงกันตอนตี 4 กว่า ๆ ทันพระอาทิตย์ขึ้นที่จุดชมวิว 3 หาดพอดี :-) 

…………………………………………..

Update @ November 5, 2015  ลืมเล่า

แบบที่ 4  เพื่อนสมัยเรียน ป.โท

อันนี้ บอกตรง ๆ ว่าไม่ค่อยสนิทมากนัก เพราะเรียนภาคพิเศษเฉพาะ เสาร์-อาทิตย์ แล้วตอนนั้นเราอายุ 25 ขวบ,  แต่เพื่อน ๆ ส่วนอายุ 35 – 55 ปี ที่ส่วนใหญ่ทำงานราชการ เป็นตำรวจ เป็นทหาร เป็นคุณครู เป็น อบต. — จะมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับเราอยู่แค่ 4-5 คน 

ไม่ค่อยมีอะไรมาก ไปเรียนเสร็จก็กลับ พอจะสังสรรค์กันเค้าก็ไปแนว คาราโอเกะ  (“_”) อุ๊ต๊ะ…บอกตรง ๆ ว่าไม่ใช่แนวเราเลยอ่ะ ถถถถถถถ+ ก็เลยห่าง ๆ แล้วเค้าจะออกแนวผู้ใหญ่ ๆ กัน.

จบข่าวชาวบ้านแต่เพียงเท่านี้ :-)

*พิมพ์ผิด ตก ยกเว้น เพราะเค้าง่วงนอน ไว้เดี๋ยวค่อยมาเช็ค

………………………………………………………..

แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับ A glass half full ล่ะ

เราขออนุญาตไปต่อ (Part 2) ที่โพสใหม่นะคะ โพสนี้ มันชักจะยาวเกินไป.

ไม่รู้จะมีใครอ่านรึปล่าว แต่เราก็สุขใจที่ได้เล่า (พิมพ์) ^^

Drugstore shopping haul ไปสอยของเซลส์มั่ง ไม่เซลส์มั่ง ณ ร้านขายยา

@ 3 ก.ย. 2558

เราแค่แวะมาอวดของเฉย ๆ ค่ะ เมื่อวานไปธุระมา แล้วมีเวลาเหลือเลยเดินโฉบ ๆ ไปดูของใน Boots กับ Watsons, กะว่าแค่จะโฉบ หยิบนั่น ดูนี่เฉย ๆ จริง ๆ นะ, แต่พอเดินออกจากร้านมาแล้ว ถึงเพิ่งรู้สึกตัวอีกทีว่า “เสร็จมัน!!!”

บางอย่างก็ Sale 50% บางอย่างก็ลดไป 30 – 60 บาท เลย, บางอย่างอยากได้แต่ไม่ลดราคาซักที เลยตกเป็นเหยื่อของ บู๊ทส์ กับ วัตสัน แต่เค้าทำไปโดยมีสตินะ แต่แค่ยับยั้งชั่งใจไม่ได้แค่นั้นเอง — รู้สึกเหมือนสีข้างถลอก.

นี่วันนี้ ตื่นเช้ามาไม่สบาย ปวดหัวตัวร้อนซะงั้นค่ะ นอนไม่เป็นเวลา แถมเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝน ที่ภูเก็ต ~ ชราภาพอย่างเราแล้วก็จะเป็นอย่างเงี้ยอ่ะนะคะ. เอ้า มาดูกันดีกว่าว่าเรามีอะไรมั่ง เดี๋ยวนี้ต้องประหยัด อดออม งดเครื่องสำอางแบรนด์เนมก่อนนะ…(เค้าจะเก็บตังค์ ไว้ซื้อของเล่น กะ ตุ๊กตา ^^)

บางตัวในรูปด้านล่างก็ยังไม่เคยลองใช้ บางตัวก็ใช้ประจำค่ะ บางตัวรอให้เซลส์ก็ไม่เซลส์ซะที

ไอ้ครั้นจะสั่งของจากเว็บไซท์นอก พอเห็นค่าเงินดอลล่าร์ กับค่าเงินปอนด์ แล้วพี่ท้อใจ

สาดรูปเล็กน้อย กับสิ่งที่ Boots กับ Watsons ได้เงินของเราไป ดังรูปด้านล่างจ้า

………………………………………………….

Drugstore shopping, Drugstore makeup, Drugstore beauty products, Biore UV AQUA Rich SPF50, Senka Protect UP SPF50, Banana Boat Ultra Protect Faces Sunscreen Lotion SPF50, BIODERMA Seblum H2O cleansing water, Maybelline Make Up Remover, Kose Softymo Deep cleansing Oil, Hada Lobo Facial Foam, Soap & Glory, Soap & Glory Body Wash, Sunscreen review, Sun Protection Review, Makeup remover review, Shopping Haul, Deep Cleansing Oil review, Beauty products review, Cheap Drugstore makeup, shopping, รีวิวครีมกันแดด, รีวิวเมคอัพรีมูฟเวอร์, รีวิวผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอาง, รีวิวเครื่องสำอาง, บิวตี้ บล็อกเกอร์, Beauty Blogger, i am beauty monster, IBM, iambeautymonster blog

………………………………………………….

Drugstore shopping, Drugstore makeup, Drugstore beauty products, Biore UV AQUA Rich SPF50, Senka Protect UP SPF50, Banana Boat Ultra Protect Faces Sunscreen Lotion SPF50, BIODERMA Seblum H2O cleansing water, Maybelline Make Up Remover, Kose Softymo Deep cleansing Oil, Hada Lobo Facial Foam, Soap & Glory, Soap & Glory Body Wash, Sunscreen review, Sun Protection Review, Makeup remover review, Shopping Haul, Deep Cleansing Oil review, Beauty products review, Cheap Drugstore makeup, shopping, รีวิวครีมกันแดด, รีวิวเมคอัพรีมูฟเวอร์, รีวิวผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอาง, รีวิวเครื่องสำอาง, บิวตี้ บล็อกเกอร์, Beauty Blogger, i am beauty monster, IBM, iambeautymonster blog

Shopping Haul @September 2015

…………………………………………………..

ขอลงรูปไว้เท่านี้ก่อนค่ะ ไว้เดี๋ยวขอทำงานต่อแป๊บ วันนี้นอนมึนหัวเกือบทั้งวัน

แล้วจะมา บอกราคาแต่ละตัวให้ทีหลังค่ะ คราวนี้เก็บใบเสร็จไว้กันลืม  Bye!

  • Update @ 4 ก.ย. 58

อ่ะ ราคาตามบิลโลด

ราคาเครื่องสำอางร้านขายยา, ราคาเครื่องสำอาง Drugstore, Boots, Watsons, Sale

-..-” 

ขออภัยสำหรับความมัวหมองของกล้องจากมือถือ 

** สาเหตุเพราะไม่ยอม ใส่เคส ทำให้เลนส์กล้องเป็นลอย ภาพมัวหมองค่ะ

ราคาเครื่องสำอางร้านขายยา, ราคาเครื่องสำอาง Drugstore, Boots, Watsons, Sale

 

…………………………………………………..

อย่างไรก็ตาม “สภาพผิว, ฮอร์โมน, และ รูปแบบการใช้ชีวิต” ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อ่านรีวิว ที่ไหน ๆ ก็ใช้วิจารณญาณส่วนตัวตัดสินเอาล่ะกันนะคะ

Disclaimer:  The products I reviewed/previewed on this blog are purchased by my own money.